ไอเดียออกแบบอย่างฉลาด แก้ปัญหาบ้านแคบ ให้ดูกว้างขึ้น

การออกแบบตกแต่ง

เดี๋ยวนี้ ที่ดินก็แพง แม้กระทั่งคิด จะสร้างบ้านสักหลัง ราคาก็ไม่ใช่ย่อย ดังนั้น เราจึงต้องยอมรับการพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเรารู้วิธี การออกแบบตกแต่ง อย่างชาญฉลาด ก็จะทำให้เราสามารถออกแบบพื้นที่เล็กแคบให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ด้วย

ออกแบบสร้างพื้นที่บ้านให้มีความต่อเนื่องด้วยประตูบานเลื่อน หรือใช้บานกั้นแทนการทำผนังทึบ

ถ้าคุณมีข้าวของภายในบ้านเยอะ แนะนำให้เพิ่มชั้นเก็บของ โดยเน้นการใช้วัสดุที่ดูโปร่ง เช่นพวกกระจก

คิดอย่างฉลาดด้วยการยกระดับพื้นขึ้นมาสัก 15-20 เซนติเมตรเพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างสำหรับเก็บของ

เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่พับเก็บได้ และสามารถใช้งานและเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ลดความอึดอัดของห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีขาตั้งแบบโปร่ง

เส้นแนวตั้งบริเวณผนังจะทำให้ห้องดูโปร่งและมีสัดส่วนให้ดูสูงขึ้น

โทนสีอ่อนยังคงทำให้ห้องดูกว้าง แต่สีเข้มในบางด้านจะทำให้ห้องยิ่งดูมีมิติ

หลอกตาด้วยภาพติดผนังที่มีภาพในลักษณะที่สามารถมองลึกเข้าไปเป็นแบบ Perspective

ติดตั้งไฟซ่อนแล้วให้แสงส่องขึ้นบนเพดาน หรือลงผนัง จะทำให้ ห้องดูกว้างและมีมิติ

แสงธรรมชาติที่ปล่อยให้เข้ามายังช่วยให้บ้านหรือห้องๆ นั้นสว่าง

สำหรับใครที่กำลังจะรีโนเวทปรับปรุง หรือ ตกแต่งห้องใหม่ แล้วต้องการที่จะแก้ปัญหาเรื่องขนาดพื้นที่ หรือ ขนาดห้องที่อาจจะมีขนาดที่จำกัดจึงทำให้รู้สึกอึดอัด หรือ สภาพห้องเดิม ที่มีบรรยากาศอึมครึมไม่ปลอดโปร่ง แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร วันนี้จึงมีทริคในการตกแต่งห้องให้ดูกว้าง และมีความปลอดโปร่งเพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำวัสดุกระจกที่หาได้ไม่ยากอย่างกระจกเงา หรือ กระจกลอนแก้ว มาใช้ในการตกแต่ง เพื่อเพิ่มสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับห้องของเรา ซึ่งจะช่วยให้มีความปลอดโปร่ง ลดความอึดอัดอึมครึม และทำให้ห้องที่แคบดูกว้างขึ้น ซึ่งจะมีความน่าสนใจอย่างไรตามมาชมกันเลยครับ

“กระจกเงา” วัสดุสุดเรียบง่ายธรรมดา ที่สามารถทำให้ห้องขนาดเล็กดูกว้าง และมีความปลอดโปร่งมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน ก็ให้มิติความสวยงามทันสมัย ซึ่งได้ทั้งความสว่างปลอดโปร่ง ทำให้ห้องดูกว้างขวาง รวมถึงได้ฟังก์ชันจากกระจกเงาที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก แค่ตกแต่งให้เข้ากับผนัง และชุดเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ต่างๆตามความต้องการ

คุณสมบัติของกระจกเงา นอกจากจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นแล้ว ยังให้ความคมชัดของเงาสะท้อน สามารถทำความสะอาดง่าย และสำหรับราคาในท้องตลาดนั้นก็เป็นราคาที่ไม่แพง เฉลี่ยไม่เกิน 60 บาท/ตารางฟุต จึงทำให้หาได้ง่าย ในราคาเบา ๆ

นอกจากกระจกเงาที่ช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้นแล้ว กระจกลอนแก้ว ก็เป็นกระจกอีกประเภทหนึ่งที่ใช้แทนผนังแบบทึบๆได้ โดยมีจุดเด่นที่ลวดลาย และคุณสมบัติที่โปร่งแสง แต่ไม่โปร่งใสไปเสียทีเดียว กระจกชนิดนี้ถูก Design ให้มี pattern เป็นลายลูกคลื่น โดยมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ลักษณะการสะท้อนมิติของกระจกที่แพรวพราวมีเสน่ห์  ไม่ว่าจะวางแนวตั้งหรือแนวขวางก็ให้ลุคที่โก้เก๋มีสไตล์ โดยได้รับความนิยมนำไปตกแต่งเป็น Partition หรือ ผนังกั้นห้อง  ซึ่ีงก็ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับงานตกแต่งได้อย่างโดดเด่น ไม่เหมือนใคร และยังช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูปลอดโปร่งขึ้น ไม่อึดอัด เนื่องจากแสงสว่างสามารถเดินทางผ่านได้

คุณสมบัติเด่นของกระจกลอนแก้ว คือการให้มิติที่แตกต่างจากกระจกทั่วไป เป็นวัสดุที่โปร่งแสงให้ความปลอดโปร่ง แต่ไม่โปร่งใสจนเกินไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว มีความทนทาน และทำความสะอาดง่าย เหมาะสำหรับใช้เป็นกระจกตกแต่งภายใน กระจกประตู กระจกหน้าต่าง กระจกช่องแสง และกระจกเฟอร์นิเจอร์ ขนาดความหนาที่ในท้องตลาดนิยมใช้กันจะมีความหนา  6 mm โดยมีราคาเริ่มต้น  35 บาท/ตารางฟุต ขึ้นไป

แต่งบ้านให้สวยด้วยตัวเอง

ปัจจุบันคนหันมานิยมอยู่อาศัยบนคอนโดมิเนียมมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาก็คือ “พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด” ไม่ว่าจะออกแบบตกแต่งอะไรก็ต้องคิดให้ดี โดยเฉพาะ “ห้องนอน” ที่เป็นเหมือนหัวใจของห้องทุกประเภท

หากตัดเตียงนอนออกแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ และของแต่งห้อง ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ห้องนอนของเราสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น มีชีวิตชีวา แต่คงไม่ดีแน่…ถ้าห้องนอนดูรกและเยอะเกินไป จากห้องนอนที่เล็กอยู่แล้วก็ยิ่งดูเล็กเข้าไปใหญ่  หากใครกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ละก็ เรามีเทคนิคเล็กๆ “แต่งห้องนอนคอนโดอย่างไร ให้ดูกว้างเป็นระเบียบ” มาฝาก รับรองว่าทำตามได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แน่นอน

เทคนิคแต่งห้องนอน ให้โล่งโปร่งสบาย

การแต่งห้องนอนของเราให้ได้รับแสงสว่างและอากาศบริสุทธิ์เพียงพอ ย่อมส่งผลดีต่อทั้งตัวห้องและผู้อยู่อาศัยเอง เพราะแสงแดดจากดวงอาทิตย์มีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อ และทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนดูสะอาดสดใสขึ้น เพียงแค่เราสละเวลาเดินมาเปิดหน้าต่างทิ้งไว้แค่ไม่กี่นาที

และยิ่งเราออกแบบตกแต่งห้องนอนให้มีความปลอดโปร่งมากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้ห้องนอนขนาดเล็กดูกว้างขึ้นง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ผ้าม่านแบบโปร่งแทนผ้าม่านแบบทึบในช่วงกลางวัน หรือแม้แต่การเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่มีหน้าต่างบานใหญ่ ให้เราสามารถเปิดรับลมได้เต็มที่ก็มีส่วนให้ห้องนอนของเราน่าอยู่ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

เทคนิคจัดพื้นที่ ตกแต่ง ห้องนอนให้กว้างขึ้น
การแบ่ง สัดส่วนห้องขนาดเล็ก จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคและการตกแต่งมาช่วยให้ห้องนอนของเราดูไม่อึดอัดจนเกินไป เนื่องด้วยพื้นที่ๆ มีอย่างจำกัด ทำให้เวลาวางเตียง ตู้ โต๊ะเข้าไปในห้อง ก็แทบจะ ไม่เหลือที่ ให้ตกแต่งเพิ่มเติมแล้ว ยิ่งห้องนอน ใครกั้นผนัง กั้นแพลทติชั่นด้วย แล้วก็ยิ่งดูอึดอัด เข้าไปใหญ่

ถ้าเช่นนั้น…แนะนำให้หันมาใช้เฟอร์นิเจอร์ อย่าง โซฟาหรือชั้นวางหนังสือมาใช้ในการแบ่งสัดส่วนของห้องนอนแทนจะดีกว่า เพราะนอกจากจะได้ “ห้องนอน” ที่มีระเบียบแล้ว เรายังได้ใช้ประโยชน์จากชิ้นเฟอร์นิเจอร์ร่วมด้วย

สเต็ปง่าย ๆ จัดบ้านให้ดู การออกแบบตกแต่ง กว้าง
สเต็ปง่าย ๆ จัดบ้านให้ดู การออกแบบตกแต่ง กว้าง

การจัดพื้นที่ภายในห้อง

หรือจะลองปูพรมเฉพาะส่วนที่ต้องการ อย่าง บริเวณหน้าทีวี , มุมอ่านหนังสือ ก็ช่วยหลอกตาให้ห้องนอนเราดูเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้นโดยไม่ผสมปนเปกันไปหมด ส่วนใครที่ต้องการกั้นห้องจริงๆ ก็อาจเปลี่ยนมาใช้ฉากกั้นแบบบานพับ ซึ่งเราสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน

เทคนิคติดกระจก แต่งห้องนอนให้ดูกว้าง
ห้องนอนติดกระจกเงา

ประโยชน์ของ “กระจก” นอกจากจะใช้ส่องความเรียบร้อย ตรวสอบความสวยความงามแล้ว  ออกแบบบริเวณบ้าน หากเรานำมาติดตกแต่งห้องนอนก็จะทำให้ห้องนอนขนาดเล็กดูกว้างขวางขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยคุณสมบัติการสะท้อนของกระจกเงานี่เอง

หรือหากใครรู้สึกว่ากระจกบานหนึ่งมันใหญ่ไป อาจเปลี่ยนมาใช้ของแต่งห้องแนวเมทาลิคก็ช่วยได้เช่นกัน แถมยังเพิ่มความเก๋ดูมีสไตล์ไปในตัว

เพิ่มมิติ เพิ่ม space เพิ่มความน่าอยู่
ห้องนอนเล็กๆติดกระจกเงา

การตกแต่งห้องนอนล้วนขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะติดกระจกแบบเต็มบานกว้างทั่วผนัง หรือตั้งไว้เป็นบานเล็กๆ ก็ย่อมได้ทั้งนั้น

เทคนิคแต่งห้องนอนให้กว้างขึ้น ด้วยที่เก็บของบิ้วท์อิน (Built in)

ต่อให้ห้องนอนของเราจะกว้างใหญ่เพียงใด แต่หากไม่มีการบริหารจัดการพื้นที่ๆ ดี วางข้าวของเกลื่อนกราด ก็ย่อมทำให้ห้องนอนของเรารกได้เช่นกัน ฉะนั้นผู้อยู่อาศัยจึงควรหมั่นรักษาความสะอาดของห้องนอนอยู่เสมอ คัดของใช้ที่ไม่จำเป็นทิ้ง เหลือไว้เพียงแต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

หรือหากห้องนอนของใคร มีของใช้เป็นจำนวนมากๆ จะทิ้งก็ไม่ได้ งั้นแนะนำให้ใช้ “ตู้เก็บของแบบบิ้วท์อิน Built in” เข้าช่วย ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางแขวนผนัง ชั้นหนังสือทรงสูง หรือตู้เก็บของใต้เตียง ก็ล้วนช่วยให้ประหยัดพื้นที่ห้องนอนของเราได้เป็นอย่างดี

เทคนิคแต่งห้องนอนให้กว้าง อย่ามองข้ามเตียง
ทุกห้องนอนย่อมมีเตียงเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแบบเตียงฟูก เตียงแบบขาโชว์ หรือเตียงนอนบิ้วท์อิน ก็ล้วนต้องใส่ใจรายละเอียด เพราะหากเลือกเตียงผิดตกแต่งพลาด จากห้องนอนสวยๆ ก็อาจอึดอัดจนไม่อยากนอนเลยก็เป็นได้

อันดับแรก เราควรซื้อเตียงให้เหมาะสมกับขนาดห้องนอนของตนเอง ไม่ซื้อเตียงที่มีขนาดใหญ่เกินไป เพราะนอกจากจะทำให้ห้องนอนอึดอัดแล้ว ยังกินพื้นที่ส่วนอื่นเดินไปมารอบเตียงก็ลำบาก หรือหากซื้อเตียงที่มีขนาดเล็กไปก็ทำให้นอนไม่สบาย มองไปแล้วดูห้องนอนโล่งแปลกๆ อย่างนี้ก็ไม่ดีเช่นกัน ฉะนั้นก่อนจะซื้อเตียงสักหลังผู้พักอาศัยควรวัดและกะขนาดให้ดีเสียก่อน

การวางเตียงขนาดเล็กให้ดูกว้าง
นอกจากนี้ การวางตำแหน่งเตียง ก็สำคัญ หากวางไว้สะเปะสะปะก็เกะกะห้องนอนได้ ใครที่นอนคนเดียวอาจเลื่อนเตียงไปชิดผนังฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อให้เหลือไว้ใช้งานอย่างอื่น หรือคู่ไหนชอบนอนเตียงคิงส์ไซส์ ก็แนะนำให้จัดเตียงไว้ห่างจากผนังเล็กน้อย เพื่อให้มีที่เดินขึ้นเตียงได้รอบด้าน

เทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งห้องนอน
แน่นอนว่า ของแต่งห้องนอน ที่เหมาะกับห้องนอนขนาดเล็ก จะต้องไม่เยอะไม่ใหญ่จนเกินไป ที่พบเห็นและได้รับความนิยมมากสุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้น “ของแต่งห้องสไตล์มินิมอล Minimal” ที่ช่วยให้ห้องนอนเราสวยงามแบบไม่ต้องเยอะ ดูดีได้ง่ายๆ เข้ากับห้องทุกสไตล์

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่จะนำมาแต่งห้องนอน ก็ไม่ควรเป็นชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูหนาเทอทะ เพราะจะทำให้ห้องนอนดูอึดอัด มองแล้วไม่สบายตา ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับห้องนอนขนาดเล็กนั้น ควรมีลักษณะโปร่ง โชว์ขา เช่น ที่ตั้งโคมไฟขาเหล็ก , เก้าอี้ขาสแตนเลส โต๊ะขาสูง เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความอึดอัดของห้องนอนได้แล้ว

เทคนิคแต่งห้องนอนด้วยโทนสีสว่าง
การที่ห้องนอนเล็กอยู่แล้ว และยิ่งแต่งห้องด้วยสีเข้มเข้าไปอีก คงเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไร เพราะโทนสีที่เหมาะกับห้องนอนขนาดเล็กคือ “โทนสีสว่าง” อย่าง สีขาว สีครีม หรือสีพาสเทล ที่ช่วยขับให้ห้องนอนของเราดูโปร่งและกว้างขึ้น หรือจะเลือกคุมโทนสีของห้องให้ไปในทิศทางเดียวกันก็น่าสนใจไม่น้อย

ด้วยอากาศเมืองไทยเราที่ค่อนข้างร้อนระอุ การปลูกต้นไม้ไว้รอบ ๆ บริเวณบ้านเพื่อช่วยคลายร้อน ให้ร่มเงา มอบความสดชื่นแก่บ้านจึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด โดยเฉพาะคนที่ชอบการแต่งบ้านสไตล์ Rustic   แต่อย่างไรก็ดี การเลือกต้นไม้เพื่อจะปลูกไว้ในบริเวณบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องเลือกต้นไม้ที่ให้ร่มเงาดี มีกลิ่นหอม ดอกและใบออกสวยแล้วนั้น ยังต้องพิจารณาไปถึงเรื่องความเชื่อ ความมงคลของต้นไม้ รวมถึงดูด้วยว่าต้นไม้ที่เลือกนั้น เมื่อปลูกแล้วจะมีราก กิ่งก้าน หรือลำต้นที่จะส่งผลกระทบกับโครงสร้างของตัวบ้านหรือไม่  เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกในรั้วบ้าน บทความนี้เราได้คัด 10 ต้นไม้ยอดนิยม ที่คนไทยนิยมเลือกปลูกในรั้วบ้านมาฝากกัน  1   ต้นหูกระจง“ต้นหูกระจง” หรือ “ต้นแผ่บรามี” คือไม้ยืนต้นลำดับต้น ๆ ที่คนไทยเรานิยมปลูกไว้ในบริเวณบ้าน โดยเหตุผลหลัก ๆ ที่ต้นหูกระจงได้รับความนิยมคือรูปทรงของลำต้นที่ดูแข็งแรง มีทรงพุ่มสวยงาม แตกกิ่งเป็นชั้น ๆ สามารถให้ร่มเงา บังแดดได้ดี ในขณะเดียวกันต้นหูกระจงยังเป็นพืชดูแลง่าย อีกทั้งยังมีอายุยืน และยังถือเป็นต้นไม้มงคล เชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วจะนำความสุขความเจริญมาแก่เจ้าบ้าน อย่างไรก็ดี ต้นหูกระจงเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีรากและลำต้นใหญ่ จึงควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านประมาณ 8 เมตรเพื่อป้องกันรากทำลายส่วนโครงสร้างของบ้าน 2 — ต้นจำปีต้นจำปี เป็นไม้ยืนต้นที่คนไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
หากแต่ละบ้านจำเป็นต้องมี “ยาสามัญประจำบ้าน” เพื่อคอยบรรเทาทำหน้าที่ปฐมพยาบาลแก่สมาชิกในบ้านเมื่อเกิดเจ็บป่วยแล้วนั้น “อุปกรณ์ช่าง” ที่ใช้ซ่อมบำรุงดูแลบ้านยามจำเป็นเมื่อมีความชำรุดบกพร่องก็ถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ทุกบ้านต้องมีไว้ด้วยเช่นกัน เพราะในกรณีที่ตัวบ้านหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดการชำรุดบกพร่องขึ้นมา กว่าจะสามารถโทรเรียกหรือนัดแนะช่างให้เข้ามาช่วยจัดการได้ก็ดูจะล่าช้าจนเกินไป หากมีอุปกรณ์ช่างพร้อม ๆ ให้ใช้ในทันทีแล้ว เราก็สามารถเริ่มต้นซ่อมแซมบ้านแบบเบื้องต้นได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอให้เสียเวลา มาดูกันดีกว่า “อุปกรณ์ช่าง” สำหรับการใช้งานเบื้องต้นที่ทุกบ้านควรมีติดไว้ มีอะไรบ้าง 1 — สว่านมือ หรือสว่านไร้สายสว่าน คืออุปกรณ์ช่วยทุ่นแรงเพื่อการเจาะรูลงบนวัสดุแข็ง เช่น กำแพง หรือไม้ ทุก ๆบ้านควรมีสว่านติดบ้านไว้ โดยเลือกซื้อชนิดใช้ง่าย เช่นสว่านไร้สาย สว่านไฟฟ้า เมื่อจำเป็นต้องติดอุปกรณ์ หรือแขวนเฟอร์นิเจอร์เข้ากับกำแพงเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบ้าน หรือเมื่อใดที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ประกอบเองขึ้นมาใหม่คุณก็สามารถใช้สว่านเพื่อเจาะรู เจาะผนังเบา นำร่องตะปู หรือขันสกรูได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อช่างและไม่ต้องออกแรงมาก 2 — ตลับเมตรตลับเมตรช่วยให้คุณสามารถวัดพื้นที่ได้แม่นยำกว่าการกะขนาด ความกว้างยาว โดยประมาณ คุณควรมีตลับเมตรติดบ้านไว้ โดยควรเป็นตลับเมตรที่มีความยาวประมาณ 3 เมตรขึ้นไป เมื่อใดที่ต้องการปรับตำแหน่ง เคลื่อนขยับ หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นใหม่เข้ามาในบ้านก็สามารถใช้ตลับเมตรวัดขนาดความกว้างได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงการเกิดข้อผิดพลาดลงไปได้ 3 — เทปพันสายไฟแม้จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายเทปติดกระดาษทั่วไป อย่างไรก็ดี “เทปพันสายไฟ” ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพการใช้งานสำหรับสายไฟ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *