Minimal Style ต้นไม้ดูดสารพิษ ที่ได้รับการยอมไม่ง้อเครื่องฟอกอากาศ

ต้นไม้ฟองสาร

Minimal Style หรือ Minimalism ( มินิมอลลิสม์ ) เป็นรูปแบบของงานศิลปะซึ่งเริ่มเป็นกระแสในช่วงปี 1960 โดยศิลปินกลุ่มหนึ่งที่มีความเบื่อหน่ายกระแสงานศิลปะรูปแบบ Abstract Expressionism หรืองานศิลปะที่เน้นสีสัน มีการผสมผสานระหว่างอารมณ์ที่รุนแรง มีลักษณะเฉพาะ เป็นกบฏ และสับสนอลหม่าน เป็นรูปแบบงานศิลปะที่มีอิทธิพลและได้รับความนิยมก่อนหน้านั้น

ซึ่งแนวทางของงานศิลปะรูปแบบ Minimalism ก็จะเป็นในทิศทางตรงกันข้าม คือการถ่ายทอดสิ่งที่เรียบง่าย และตรงไปตรงมาผ่านงานศิลปะ ลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น มีความสงบและมักใช้ลักษณะการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา เช่น รูปทรงสี่เหลี่ยม วงกลม และหลังจากนั้นอิทธิของ Minimalism มินิมอลลิสม์ ก็เริ่มแพร่ขยายเข้ามาในวงการงานสถาปัตยกรรม ในช่วงยุค 1980 ขึ้นไป โดยแสดงออกผ่านการออกแบบภายในหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีดีไซน์เรียบง่าย ใช้สีน้อยๆ และเน้นความจำเป็น

และอีกส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าการตกแต่งสไตล์นี้ ได้รับอิทธิพลมาจากแนวปรัชญาของพุทธนิกาย Zen ของเอเซีย หรือการตกแต่งที่มีที่มาที่ไปจากสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตัวอย่างเช่น นักจัดบ้านชาวญี่ปุ่นที่เชื่อว่า เหตุการณ์ซึ่งมีส่วนในการทำให้ผู้คนชาวญี่ปุ่นหันมานิยมใช้การตกแต่งสไตล์นี้ คือเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จนทำให้ผู้คนหันมาเริ่มตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งน้อยชิ้น และเน้นการฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยพื้นที่โปร่งโล่ง ไม่มีของตกแต่งมากชิ้นมาบดบังสายตา สร้างนิยามของสีหรือดีไซน์ที่ดูสบายตา ช่วยปลอบประโลมจิตใจให้สงบและอบอุ่น

วี่แววสถานการณ์รอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ทั้งเชื้อโรค COVID-19 ฝุ่นพิษอย่าง PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เราต้องหันมาดูแลทั้งตัวเอง และคนรอบข้างมากขึ้น รู้หรือไม่ว่า PM 2.5 เล็กจนสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกาย กระทั่งเสี่ยงไปถึงเส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะของเราได้ ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใส่หน้ากากอนามัย และหาวิธีป้องกันจากเจ้าฝุ่นพิษนี้กันมากขึ้น ซึ่งวันนี้เราจึงมีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันฝุ่นได้ไม่มากก็น้อย ด้วยการปลูกต้นไม้ดูดสารพิษ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของนาซ่าที่ค้นพบว่ามีต้นไม้บางชนิดที่สามารถดูดซึมสารพิษ และช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้!

ต้นไม้คายออกซิเจนกลางคืน
credit : unsplash
พืชที่คายออกซิเจนกลางคืน หรือพืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดในกลุ่ม CAM Plant (Crassulacean Acid Metabolism Plant) โดยทั่วไปเราทราบกันว่าต้นไม้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อทำการสังเคราะห์แสง และปล่อยก๊าซออกซิเจนในเวลากลางวัน ออกแบบบ้าน ส่วนเวลากลางคืนพืชจะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่พืชกลุ่ม CAM Plant จะสลับขั้นตอนกับพืชทั่วไป เพราะมันจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปล่อยก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน แม้ต้นไม้จะปล่อยก๊าซ co2 ได้ ในเวลากลางคืน แต่ก็น้อยมาก ทำให้สามารถฟอกอากาศได้อย่างสบาย แถมยังสามารถตกแต่งห้องได้ หากใครกำลังหาต้นไม้ที่ช่วยดูดซับสารพิษภายในห้อง ช่วยคายความชื้น คายออกซิเจนและช่วยฟอกอากาศ ทำให้คุณได้รับอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดแม้ในขณะนอนหลับ บอกได้คำเดียวว่ามาถูกทางแล้ว! เพราะพันธุ์ไม้เหล่านี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

ว่านหางจระเข้
ชื่อสามัญ : Aloe vera
ชื่อวงศ์ : ASPHODELACEAE
ว่านหางจระเข้ ที่มีสรรพคุณสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมีความสามารถในการดูดซับฟอร์มัลดีไฮด์ที่ความเข้มข้นต่ำได้อีกด้วย ซึ่งมันจะทำหน้าที่ปล่อยออกซิเจนมาในเวลาที่เรานอนหลับ ทำให้เราหลับสบาย หายใจสะดวกสุดนั่นเอง นอกจากนี้การดูแลก็แสนง่าย เนื่องจากว่านหางจระเข้เป็นพืชอวบน้ำที่ไม่ต้องการน้ำมาก ไม่ต้องรดน้ำบ่อย เป็นพันธุ์ไม้ที่สารพัดประโยชน์จริง ๆ

ลิ้นมังกร
ชื่อสามัญ : Snake plant / Mother-in-laws Tongue
ชื่อวงศ์ : ASPARAGACEAE

ต้นที่มีลักษณะคล้ายดาบนี้ เรียกว่า ต้นลิ้นมังกร เหมาะสำหรับการวางไว้ในบ้าน เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่ต้องรดน้ำบ่อย รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็อยู่รอดได้ ลิ้นมังกรจะคายไอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ความสดชื่นแก่บรรยากาศของห้องที่อับ สามารถช่วยดูดซับสารพิษ ปรับความสมดุลของบรรยากาศ แถมยังเป็นพืชที่องค์การนาซ่ายอมรับว่ามีประโยชน์ในด้านการปรับและควบคุมบรรยากาศในกระสวยอวกาศได้เป็นอย่างดี

พืชทะเลทราย
ผู้รอดชีวิตจากทะเลทราย พืชที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง ที่ต้องกักเก็บน้ำไว้ทั้งหมด! เพราะพืชในทะเลทรายไม่สามารถเปิดปากใบในระหว่างวันได้เพราะจะสูญเสียน้ำที่มีค่ามากเกินไป ทำให้ต้องเปิดปากใบในเวลากลางคืน เพื่อลดการสูญเสียน้ำออกไปกับการคายน้ำ
พืชในทะเลทรายขอยกตัวอย่าง เช่น พืชวงศ์กุหลาบหิน (Crassulaceae) ต้นคลาสซูล่า (Crassula ovata หรือ Jade Plant) พืชตระกูลแคคตัส (Cactaceae) หรือ กระบองเพชร ต้น Tillandsia หรือพืชในตระกูลสับปะรด เหมาะกับคนอยู่คอนโด ที่มีพื้นที่จำกัด เพราะพืชเหล่านี้มีขนาดเล็ก สามารถเลี้ยงได้แบบสะดวกสุด ๆ

ต้นไม้ดูดสารพิษดีที่สุด
มลพิษบนโลกเริ่มมีมากมาย หลายชนิดจนจำแนกแทบไม่ถูก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือการป้องกัน ป้องกันอย่างไร ตอบได้เลยว่าเท่าที่เราจะสามารถทำได้ เช่น การหาเครื่องฟอกอากาศ การเลือกใช้สิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ทำให้เกิดมลพิษ จนไปถึงการปลูกต้นไม้ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการเลือกปลูกต้นไม้ที่ตอบโจทย์ชีวิต มลพิษแบบไม่เปลืองแรงกัน โดยต้นไม้ที่เรากำลังจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นต้นไม้คุณภาพเกรดเอบวก ที่มีคุณสมบัติในการดูดสารพิษในอากาศ สามารถป้องกันฝุ่นละอองหากปลูกเอาไว้ในห้องนอนแล้วจะช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้น โดยได้ทำการรีเสิร์ช หางานวิจัยมากมาย ได้รับการยินยอมจากนาซ่า จนได้พบต้นไม้ดูดสารพิษดีที่สุด ดังนี้

Minimalism ( มินิมอลลิสม์ ) ต้นไม้ดูดสารพิษดีที่สุด
Minimalism ( มินิมอลลิสม์ ) ต้นไม้ดูดสารพิษดีที่สุด

เศรษฐีเรือนใน
ชื่อสามัญ : Spider Plant
ชื่อวงศ์ : LILIACEAE

ต้นไม้ชนิดนี้โตไวมาก มีคุณสมบัติช่วยกำจัดสารพิษในอากาศได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วันโดยเฉพาะสารพิษจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการย่อยสลาย เศรษฐีเรือนในจึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาปลูกเอาไว้ในห้องนอน หรือในห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เหมาะมากสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคแพ้ฝุ่น

พลูด่าง
ชื่อสามัญ : Devil’s ivy
ชื่อวงศ์ : ARACEAE
ขาดไม่ได้กับพลูด่าง พืชที่ปลูกได้ทั้งในดินและในน้ำ โดยวิธีการดูแลก็ไม่มีอะไรมากมาย เพียงคอยให้น้ำ อย่าปล่อยให้น้ำแห้ง และให้โดนแดดเล็กน้อยบ้างในบางครั้ง
ซึ่งพืชชนิดนี้มีคุณสมบัติสามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนีย และช่วยฟอกอากาศและดูดซับสารพิษ แถมสามารถลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ได้ 75% เมื่อเวลา

เบญจมาศ
ชื่อสามัญ : Chrysanthemum
ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE
ดอกไม้หลากสี ที่ชอบแดดจัดชนิดนี้ ดร.บี.ซี. วูฟเวอร์ตัน นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยอวกาศนาซา สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยจนค้นพบว่า ไม้ประดับบางชนิดสามารถกำจัดสารพิษหรือมลพิษในอากาศได้ ซึ่งเขาพบว่าเบญจมาศ สามารถขจัดสารมลพิษได้มากกว่า 90% เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว วิธีการดูแลรักษาต้นเบญจมาศ ควรวางให้โดนแสงแดด เช่น ริมหน้าต่าง เบญจมาศเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก เพราะใบมีการคายน้ำสูง จึงควรหมั่นรดน้ำเป็นประจำ

เคล็ดลับสุดท้ายที่จะบอกคือ ระยะในการวางต้นไม้ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเราควรเลือกวางในตำแหน่งที่มีแสงส่องถึง เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นการคายน้ำ ดูดซึมน้ำ หรือดูดอากาศ และกระบวนการสังเคราะห์ก็ล้วนแต่ต้องใช้แสงแดดเป็นส่วนสำคัญ นอกจากนี้ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า เขตการหายใจของคนเราจะใช้พื้นที่ประมาณประมาณ 0.17-0.23 ลูกบาศก์เมตร หากวางต้นไม้ในเขตหายใจ ต้นไม้จะช่วยฟอกอากาศพิษจากร่างกายมนุษย์ ทำให้หายใจสบายได้ดี ทั้งนี้ต้นไม้ดูดสารพิษไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีพันธุ์ไม้อีกมากมายที่สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้เรา เช่น เดหลี กล้วยไม้ สาวน้อยประแป้ง เขียวหมื่นปี ยางอินเดีย เป็นต้น

การวางต้นรวยไม่เลิกแคระในห้องนั่งเล่น ความเป็นมงคลของชื่อต้นไม้จะทำให้เรามองเห็นต้นรวยไม่เลิกแคระทุกครั้งที่เข้าออกบ้าน เหมือนเข้าบ้านมาก็เจอโชค ก่อนเดินออกจากบ้านก็รับลาภ เหมาะกับการช่วยดึงดูดโชคลาภหรือเงินทองสุด ๆ ไปเลย

นอกจากประดับเพื่อความสวยงามแล้ว สร้างบรรยากาศให้ห้องน่าอยู่แล้ว การปลูกต้นรวย ไม่เลิกเพื่อขอโชคลาภนั้น ก็กลายมาเป็นความเชื่อของคนไทยที่มีมายาวนาน ส่วนจะขอโชคลาภได้มากน้อยเพียงใด ขอบอกว่าอยู่ที่ศรัทธาของแต่ละรายบุคคล การปลูกต้นไม้ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เข้ามาช่วยปรับสมดุลทางจิตใจ ทำให้สุขภาพจิตของเราดีไปด้วย เมื่ออารมณ์แจ่มใส ร่าเริง ปราศจากความเครียด ก็จะทำให้เรามีกำลังใจที่ดี ในการทำเรื่องดีต่าง ๆ ต่อไปจนประสบความสำเร็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *