รีวิวซีรีส์ Ozark สร้างสรรค์โดย บิล ดูบิวค์ และ มาร์ก วิลเลียมส์

Ozark Season 3': Laura Linney is explosive in the show's best season yet -  Entertainment - The Jakarta Post

รีวิวซีรีส์ Ozark  จบไปแล้ว 2 ซีซัน ซีซันละ 10 ตอน ชนิดที่เข้มข้นน่าติดตามทุก ๆ ตอนเลยก็ว่าได้ ดูไปก็ยังแปลกใจว่า ซีรีส์สนุก ขนาดนี้ แต่ทำมั้ยทำไมไม่มีใครพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้เลย งั้นขอทำหน้าที่แนะนำซีรีส์น้ำดีเรื่องนี้เองแล้วกัน Ozark เป็นผลผลิตของ NETFLIX เริ่มแพร่ภาพเมื่อ กรกฎาคม 2017 แล้วจบซีซัน 2 ไปเมื่อ สิงหาคม 2018 จากนั้นก็ทิ้งช่วงมาปีกว่าแล้ว ทิ้งให้แฟน ๆ รอคอยกันข้ามปี เพราะมีข่าวแว่ว ๆ ว่า ซีซัน 3 จะมาต้นปี 2020

Ozark เป็นซีรีส์ที่สร้างสรรค์โดย บิล ดูบิวค์ และ มาร์ก วิลเลียมส์ ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน The Accountant หนัง เบน แอฟเฟล็ก และ A Family Man หนังที่เจอร์ราร์ด บัตเลอร์ รับบทนำ โดยที่ บิล ดูบิวค์ รับหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ และ มาร์ก วิลเลียมส์ ทำหน้าที่อำนวยการสร้าง

เรื่องย่อ

ครอบครัวเบิร์ด ชาร์ลอตต์, มาร์ติน, เวนดี้ และโจนาห์

เห็นได้ชัดว่าหนังของ บิล ดูบิวค์ จะพัวกันเกี่ยวกับเรื่อง นักบัญชีฟอกเงิน, มาเฟีย อย่างใน The Accountant และการแบ่งน้ำหนักระหว่างงานและครอบครัวอย่างใน A Family Man ซึ่งบิลก็เอาใจความหลักจากทั้งสองเรื่องนี้ล่ะ ผสมรวมออกมาเป็น Ozark เรื่องราวของ มาร์ติน เบิร์ด รับบทโดย เจสัน เบตแมน เขาเป็นนักบัญชีมือฉกาจเปิดบริษัทรับทำบัญชี

แต่กล้วก็หวังรวยทางลัดเลยไปรับงานฟอกเงินให้กับ “เดล” มาเฟียจอมโหด ชีวิตก็ดูราบรื่นดีผ่านไปจน 5 ปี ความซวยก็มาเยือน เมื่อเดลจับได้ว่าบริษัทนี้ยักยอกเงินเขาไปหลายล้านเหรียญ ซึ่งเป็นฝีมือของบรู๊ซ หุ้นส่วนของมาร์ตินนั่นเอง แต่มาร์ตินก็เอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ด้วยวาทศิลป์ที่เป็นพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด และไหวพริบระดับอัจฉริยะ มาร์ตินเสนอไอเดียหรูเลิศให้กับเดล ถ้าไว้ชีวิตเขาแล้วจะมีประโยชน์กว่า เขาสามารถฟอกเงินให้กับเดลได้อีกเป็นร้อยล้าน เพราะมีช่องทางลงทุนในเมืองตากอากาศอันสงบสุขที่ชื่อ โอซาร์ก มาร์ตินเห็นจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวเพียงแวบเดียว วาจาหว่านล้อมเป็นผลสำเร็จ

 

มาร์ตินและครอบครัวเบิร์ดที่ประกอบไปด้วย เวนดี้ ภรรยา ชาร์ลอตต์ ลูกสาวคนโต และโจนาห์ ลูกชายคนเล็ก ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ใน Ozark เมืองริมอ่าวอันเงียบสงบในรัฐมิสซูรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดเล็กที่ผู้คนนิยมมาล่องเรือ และเล่นเจ็ตสกีกัน

และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ครอบครัวเบิร์ดจะต้องเผชิญกับวิบากกรรมครั้งใหญ่ในชีวิต ที่เดล คอยตามเฝ้าติดตามผลงานฟอกเงินของเขาอย่างใกล้ชิด แล้วยังต้องเผชิญกับผู้คนมากหน้าหลายตาในเมืองโอซาร์ก ซึ่งมีทั้งผู้เป็นมิตรและศัตรู ซึ่งแต่ละตัวล้วนมีบทบาทสำคัญกับเนื้อเรื่องอย่างเข้มข้น 3 พี่น้องแลงมัวร์ นักเลงกระจอกประจำท้องถิ่นที่ผลัดกันเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น

พวกนี้มองเห็นมาร์ติน เบิร์ด ที่มาพร้อมกับเงินสดหลายล้านเป็นขุมสมบัติของพวกมัน, ผัวเมียตระกูลสเนลล์ มาเฟียค้ายารายใหญ่เจ้าของพื้นที่เมืองโอซาร์ก และรอย เพ็ตตี้ FBI ตัวร้าย ที่ตามกัดตามจิกมาร์ติน เบิร์ด มาตั้งแต่ตอนที่อยู่ชิคาโก แล้วตามร่องรอยมาถึงโอซาร์ก แล้วก็ยังมี ชาร์ล วิลก์ นักการเมืองใหญ่ประจำโอซาร์ก ที่ครอบครัวเบิร์ดจำต้องผูกมิตรไว้เพื่อหนทางที่ราบรื่นในอนาคต

Ozark ถูกจัดอยู่ในประเภท ดราม่า/อาชญากรรม/ระทึกขวัญ ก็นับว่าตรงเป๊ะเพราะเนื้อหามาตามบรรยากาศที่ว่าล้วน ๆ หนังไม่มีมุกตลกให้ได้หัวเราะสักแอะเดียว ไม่มีฉากเซ็กซี่ให้เห็น แต่มีนมเพียบเพราะหนึ่งในธุรกิจฟอกเงินของมาร์ตินคือคลับระบำเปลื้องผ้า แต่ก็แค่แพนกล้องผ่าน ๆ ไม่ได้จำเพาะเจาะจง เป็นหนังมาเฟียอาชญากรรมแต่น้านนานทีถึงจะมีฉากยิงกันให้ได้เห็น แต่สิ่งที่หนังเน้นหนักคือการใช้ไหวพริบ สติปัญญา แก้ปัญหาคับขัน หาทางออกจากวิกฤติที่กระหน่ำเข้ามาแทบทุกตอน มีความละม้ายกับ Breaking Bad ซีรีส์ยอดเยี่ยมตลอดกาลอยู่บางส่วน

ในเรื่องที่เกี่ยวกับมาเฟียค้ายา และคู่ผัวเมียที่ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์คับขัน และช่วยกันฟอกเงิน และอีกจุดที่เหมือนกันก็คือ นี่คือหนังที่พาเราไปดูชีวิตของวงการคนโฉด บอกได้ชัดเจนว่าในเรื่องนี้ไม่มีคนดีให้เห็นเลยสักคนเดียว แม้แต่ตัวเอกของเรื่องอย่าง มาร์ติน และเวนดี้ ก็ร้ายลึกทั้งคู่ รวมไปถึงลูก ๆ ของเธอที่เริ่มมองพ่อแม่เป็นแบบอย่าง

เพียงแต่ว่าหนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของครอบครัวเบิร์ด ทำให้เราเอาใจช่วยครอบครัวนี้ให้เอาชีวิตรอดไปได้ในแต่ละวัน แต่ถ้าลองย้อนมองดี ๆ การกระทำทุก ๆ อย่างของครอบครัวเบิร์ดก็ล้วนแล้วแต่ เห็นแก่ตัว ที่กดคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น เอาความซวยมาประเคนให้ หรือแม้กระทั่งลงมือฆ่าคนที่เป็นอันตรายต่อเขาและครอบครัว

ในตอนแรก ๆ เรายังไม่เห็นบทบาทของ เว็นดี้ ภรรยาของมาร์ตินเท่าใดนัก บท เวนดี้ นี่ต้องไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะสวมบทบาทโดย ลอรา ลินนีย์ นักแสดงหญิงผู้คร่ำหวอดในวงการมาช้านาน และเข้าชิงออสการ์มาแล้วถึง 3 ครั้ง พอผ่านไป 2-3 ตอนเราถึงได้เห็นความสามารถที่ไม่ธรรมดาของเวนดี้ ที่ไม่ได้ทำบทบาทแค่ช้างเท้าหลัง แต่เธอช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้จากเล่ห์เหลี่ยมลีลาของเธออยู่หลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่าเป็นคู่ผัวตัวเมียที่สมน้ำสมเนื้อกันอย่างที่สุด แต่ละวันทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามสัญชาตญาณของตัวเองได้โดยไม่ต้องวางแผนกันมากมายแต่อย่างใด

ฉะนั้นคนที่จะถูกใจกับ Ozark ต้องเป็นคนที่ชอบหนังที่เข้มข้นด้วยบทและเนื้อหา ไม่ใช่หนังประเภทเอาใจคนดูด้วยฉากแอ็กชันหวือหวา แต่ก็ไม่ถึงกับราบเรียบเพราะเมื่อใดที่เนื้อหาพาไปถึงจุดแตกหัก ก็เล่นกันโหดพอดู จ่อหัวกบาลยิง หัวเปิด หน้าเละ เล่นกันรุนแรงถึงชีวิต ฆ่ากันทั้งปืน ทั้งมีด กับดักไฟชอร์ต หรือแม้กระทั่งเอาหินทุบหน้ากันก็ยังมี ฆ่ากันตายแทบทุกตอน และเป็นการฆ่ากันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย นั่งดูอยู่เพลิน ๆ ถึงกับต้องร้อง เฮ่ย! ความสนุกของหนังคือการได้ดูครอบครัวเบิร์ดได้เผชิญกับวิกฤติการณ์ทีคนเขียนบทน่าจะโรคจิต ที่เขียนให้ครอบครัวนี้จะต้องเจออุปสรรคอะไรจะมากมายหนักหนาขนาดนี้แทบทุกตอน แล้วก็ดูมันสมองอัจฉริยะของผัวเมียคู่นี้ว่าจะคลี่คลายแต่ละอุปสรรคไปได้อย่างไร

แล้วจุดเด่นอีกอย่างของ บิล ดูบิวค์ คือชอบเขียนเรื่องราวที่ให้ตัวละครหลักต้องชั่งน้ำหนักระหว่างปัญหาต่าง ๆ ในหน้าที่การงาน กับการทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ซึ่งนี่ก็เป็นอีกบทบาทหนักหนาของมาร์ตินที่ต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ตัวเอง ขณะเดียวกันมาร์ตินก็แสดงให้เห็นว่าเขารักและปกป้องลูกทั้งสองขนาดไหน โดยเฉพาะทั้งคู่อยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อเสียด้วย ชาร์ลอตเป็นวัยรุ่นหัวรุนแรงเริ่มจะไม่ฟังพ่อแม่ ส่วนโจนาห์ก็กำลังย่างก้าวเข้าวัยรุ่น งานก็ต้องเจอกับปัญหามากมายที่มีผลต่อชีวิตเขาและครอบครัว ส่วนด้านครอบครัวก็ต้องดูแลให้ราบรื่นอย่างที่สุด เป็นอีกเรื่องที่เราได้เห็นตัวละครยืนมองกองเงินที่สูงท่วมหัว แต่ก็ชี้ชัดให้เห็นว่าเงินไม่ได้นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงได้เลย น่าสงสารมาร์ตินจัง  อ่านต่อได้ที่ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *