รีวิวหนัง Blood Red Sky ฟ้าสีเลือด การกำกับของ Peter Thorwarth

รีวิวหนัง Blood Red Sky ฟ้าสีเลือด การกำกับของ Peter Thorwarth

รีวิวหนัง Blood Red Sky ฟ้าสีเลือด | จี้เครื่องบินแต่ดันเจอแวมไพร์  ไอเดียเดิมที่เพิ่มความแปลกใหม่เข้ามา คนร้ายจี้เครื่องบินแต่ดันเจอมาผู้โดยสารที่เป็น แวมไพร์ดูดเลือด

Blood Red Sky ฟ้าสีเลือด หนังแนวสยองขวัญจากงานสร้างของ Netflix เยอรมัน เรื่องราวสยองขวัญบนเครื่องบินที่ชวนระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมสอดแทรกปมดราม่าสะเทือนใจไว้ควบคู่กันด้วย

 

หนังแนวแวมไพร์ ที่ห่างหายไปนานหลังกระแสหนังซอมบี้เป็นเทรนด์ฮิตกว่า ซึ่งเรื่องนี้แม้จะออกตัวว่าเป็นแวมไพร์ แต่ก็มีส่วนผสมของซอมบี้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเห็นได้ชัด โดยใช้สถานการณ์ในที่จำกัดบนเครื่องบินมาบีบคั้นให้เรื่องน่าตื่นเต้นเข้าไปอีก แบบเดียวกับหนังงูบนเครื่องบินอย่าง Snakes on a Plane ซึ่งพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยกลุ่มโจรจี้เครื่องบิน แต่ต้องมาเจอกับผู้โดยสารที่เป็นแวมไพร์ ก็เป็นอะไรที่ดูน่าสนใจมาก แต่ปัญหาคือการเล่าเรื่องในที่จำกัดแบบนี้จะสามารถสร้างฉากระทึกได้มากแค่ไหน แถมนี่ยังเป็นหนัง Original Netflix แท้ๆ จากผู้สร้างชาวเยอรมันอีกด้วย ซึ่งก่อนดูก็แอบห่วงอยู่ว่าจะไม่ไหวตามสไตล์หนังเน็ตฟลิกซ์ที่ไอเดียอาจจะดี แต่ทุนต่ำจนทำอะไรมากไม่ได้ แต่หลังได้รับชมต้องบอกเลยว่ากลับทำได้มากกว่าที่คิดไว้ซะอีกครับ

รีวิว Blood Red Sky หนังแวมไพร์สไตล์ซอมบี้ในที่จำกัดบนเครื่องบินที่ชวนระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ (ไม่สปอยล์) 1ถึงหนังเรื่องนี้จะเปิดตัวแบบขัดเจนว่าเป็นแนวสยองขวัญเหนือธรรมชาติตั้งแต่ทีเซอร์แรก แต่บทของโจรจี้เครื่องบินก็ไม่ได้ทำออกมาแบบมักง่ายให้พอผ่านๆ เพื่อไปเล่นเรื่องแวมไพร์อย่างที่เข้าใจกัน ยิ่งสมัยนี้สายการบินทั่วโลกออกกฎปิดช่องทางการก่อการร้ายบนเครื่องบินไว้รัดกุมมาก จนทำให้แค่คิดบทว่าจะจี้เครื่องบินยังไงให้สมจริงก็ยากแล้ว แต่บทของโจรในเรื่องนี้ก็ยังหาช่องทางจี้เครื่องบินให้สมจริงน่าเชื่อถือได้ เริ่มตั้งแต่อาวุธที่หลุดรอดการตรวจขึ้นเครื่องได้คืออะไร ปืนเอามาจากไหน (ในเรื่องมีปืนสองกระบอก) แรงจูงใจคืออะไร การหนีเอาตัวรอดจากเครื่องบินจะทำยังไง ซึ่งถ้าตัดแวมไพร์ออกไปนี่ก็เป็นหนังอาชญากรรมจี้เครื่องบินที่เขียนบทมาดีเลย ทุกอย่างเป็นไปได้ และยังมีจุดที่กึ่งๆ ปลายเปิดให้คนดูคิดกันเองด้วยว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของพวกนี้คืออะไร ซึ่งดูสมเหตุผลกว่าการจี้เครื่องบินเพื่อเรียกค่าไถ่หรือจี้เพื่อก่อวินาศกรรมเพียงอย่างเดียว แถมหนังก็ยังสร้างให้โจรพวกนี้โหดแบบไม่มีปราณี มีฉากต่อรองฆ่าตัวประกันแบบโหดๆ แบบไม่มียั้งมือเลย แบบนับ 1-3 ยิงทิ้งทันที ทำให้เรื่องดูโหดสมจริงมากขึ้นไปอีก และมีที่พิเศษนิดๆ คือดาราที่มาเล่นเป็นหัวหน้าโจรกลุ่มนี้คือ Dominic Purcell จากบท Lincoln Burrows พี่ชายของสกอฟิลด์ตัวเอกในซีรีส์ดัง Prison Break นั่นเอง ซึ่งลุคกับอะไรหลายๆ ก็เหมาะเจาะมาก ชวนให้คิดถึงบทเดิมที่แจ้งเกิดเขา แต่น่าเสียดายที่บทในเรื่องนี้เขาไม่ได้เป็นตัวร้ายหลักของเรื่องเท่านั้น

รีวิว หนังแวมไพร์สไตล์ซอมบี้ในที่จำกัดบนเครื่องบินที่ชวนระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ (ไม่สปอยล์) 2
Dominic Purcel ที่คนดูซีรีส์คงจำกันได้ดีจากแหกคุกนรก

เมื่อบทของกลุ่มโจรสร้างมาโหดได้สมจริง ส่วนของแวมไพร์ก็ต้องยิ่งโหดกว่า เพราะนี่เป็นเมนหลักของเรื่องนี้ที่เป็นแนวสยองขวัญเลือดสาด แต่หนังเรื่องนี้เลือกวางตัวเองเป็นแนวกึ่งสยองขวัญผสมดราม่า (แม้จะเลือดสาดมากตลอดเรื่อง) ให้แม่ของเด็กในเรื่องยอมเปิดเผยตัวเองว่าเป็นแวมไพร์ต่อสู้กับโจรเพื่อปกป้องลูก ไม่ใช่ปกป้องชีวิตผู้โดยสารทั้งลำ และก็เลือกวิธีเอาตัวรอดแบบที่ดูเห็นแก่ตัวบ้าง แต่ก็เพื่อให้ลูกรอดเป็นสิ่งสำคัญแรกสุดมากกว่าชีวิตตัวเอง ซึ่งถือว่าบทเขียนมาดีมากในมุมที่สมเหตุผลกับสถานการณ์ตัดสินชีวิตแบบนั้น โดยมีการตัดสลับย้อนกลับไปยังจุดกำเนิดความเป็นแวมไพร์ของเธอในระหว่างที่จัดการพวกโจรด้วยเป็นระยะๆ เข้ากับเหตุการณ์ในปัจุบันที่เธอกำลังประสบอยู่ด้วย ทำให้มีเรื่องราวเล่านอกเครื่องบินมาช่วยเสริมรายละเอียดให้แน่นขึ้น โดยยังคงรายละเอียดแทบทุกอย่างของแวมไพร์แบบดั้งเดิมไว้หมด และก็ปรับปรุงให้ดูทันสมัยเข้ากับเรื่องราวในหนัง ตั้งแต่ต้นกำเนิดว่าใครทำให้เธอกลายมาเป็นแวมไพร์ วิธีฆ่าแวมไพร์ที่ยังคงเดิมตรงโดนของแหลมปักหัวใจถึงตาย การแพ้แสงอาทิตย์ ที่ใส่เรื่องประยุกต์ใช้ไฟฉายแสงอุลต้าไวโอเลตเข้ามาแทนได้อย่างมีเหตุผล การที่นางเอกเลือกเดินทางกลางคืนยาวนานจากเยอรมันไปอเมริกาเพื่อหลบแสงอาทิตย์ ตัวเรื่องก็เอาจุดนี้มาเป็นไฮไลท์สำคัญเรื่องการบินในโซนเวลาที่มืดเสมอได้ตลอดเรื่องด้วย คล้ายๆ ซีรีส์ Into the Night ของ Netflix และก็เป็นจุดเปิดเรื่องกับจุดปิดท้ายเรื่องที่แสงอาทิตย์มีความสำคัญกับความเป็นความตายของตัวละครในเรื่องทั้งหมดด้วย ซึ่งทำออกมาได้ลุ้นระทึกมากจนนาทีสุดท้ายของเรื่องเลย แต่แอบเสียดายนิดนึงว่าหนังสามารถทำต่อหรือทิ้งเชื้อไว้ต่อได้อีก แต่กลับเลือกจบสมบูรณ์ในตัวเลยจนน่าเสียดายนิดๆ

รีวิว หนังแวมไพร์สไตล์ซอมบี้ในที่จำกัดบนเครื่องบินที่ชวนระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ (ไม่สปอยล์) 3สิ่งที่แวมไพร์ในเรื่องนี้เหมือนซอมบี้ก็คือการติดเชื้อในแบบเดียวกัน แค่โดนกัด หรือแค่รอยแผลถากๆ ก็สามารถติดเชื้อกลายเป็นแวมไพร์ได้ในทันที ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าแนวหนังซอมบี้มันมีอิทธิพลมากในปัจจุบัน การที่ปรับให้แวมไพร์ติดเชื้อกันทันทีแบบนี้มันดูลุ้นระทึกกว่า และยังมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นแนวกึ่งๆ ซอมบี้ก็ยังได้ แถมยังน่ากลัวกว่าด้วยที่แวมไพร์รวดเร็วว่องไว แข็งแกร่งกว่าซอมบี้มาก แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้นางเอกดูเป็นอมตะไล่ฆ่าพวกโจรได้ง่ายๆ โดยใส่จุดอ่อนเรื่องการใช้เลือดเพิ่มพลังเอาไว้ว่าต้องหาเลือดกินเป็นระยะๆ ถ้าบาดเจ็บก็อ่อนแรงลงทันที ต้องหาเลือดมากินใหม่เพื่อฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงตัวนางเอกก็ต้องมียาช่วยคุมสติหรือปรับสภาพในขณะที่เป็นแวมไพร์ด้วย (ยา Cytarabine ไว้รักษามะเร็งฉับพลัน) ไม่งั้นก็จะกลายเป็นแวมไพร์สมบูรณ์แบบที่ไล่ฆ่าคนไม่เลือก จำลูกตัวเองไม่ได้ กลายเป็นหายนะยิ่งกว่าโจรเข้าไปอีก และตัวเรื่องก็ยังเอาการติดเชื้อตรงนี้ไปใส่ไว้กับพวกโจรด้วย ทำให้ช่วงหลังของเรื่องเป็นการปะทะกันของแวมไพร์ที่พึ่งกลายร่างสดๆ มาไล่ฆ่านางเอกกับลูก และก็มีเป็นฝูงในตอนท้ายเรื่องที่ใกล้เคียงแนวหนังซอมบี้มากขึ้นไปอีก โดยหนังใช้ทุกส่วนของเครื่องบินทั้งลำเป็นฉากสยองขวัญในที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่ามาก

รีวิว  หนังแวมไพร์สไตล์ซอมบี้ในที่จำกัดบนเครื่องบินที่ชวนระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ (ไม่สปอยล์) 4และที่ต้องชมมากคือหนังสยองขวัญเรื่องนี้ไม่มีตัวละครอ่อนเหตุผลหรือไร้ประโยชน์กับเรื่องเลย ทุกตัวละครที่วางมามีเหตุมีผลกับเรื่องทั้งหมด เด็กในเรื่องก็เป็นตัวเอกที่ไม่ได้เป็นภาระของเรื่อง เป็นตัวเอกจริงๆ ที่มีบทบาทในการแก้ไขสถานการณ์ได้ แต่เลือกยึดติดช่วยแม่มากกว่าอย่างอื่น (ตรงข้ามกับแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อลูกไม่สนใจคนอื่นเช่นกัน) โดยมีคนอิสลามมาเป็นตัวเอกอีกคนที่สำคัญกับเรื่องในแง่ภาพลักษณ์ติดลบที่ถูกมองว่าโจรก่อการร้ายมักเป็นอิสลามไว้ก่อน โจรเองก็มีตัวร้ายโรคจิตที่ฉลาดสูสีต่อกรกับนางเอกได้ ตัวละครผู้โดยสารในช่วงวิกฤตอย่างนักศึกษาการบินที่มาขับเครื่องบินแทน ก็มีเหตุผลที่มาที่ไปว่าไม่ใช่บังเอิญมาอยู่บนเครื่องได้แบบที่หนังเรื่องอื่นมักชอบใช้กัน แม้แต่ตัวละครแนวสติแตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังมีผลสำคัญกับเรื่องโดยไม่ได้ทำให้รู้สึกน่ารำคาญแม้แต่น้อย

รีวิว หนังแวมไพร์สไตล์ซอมบี้ในที่จำกัดบนเครื่องบินที่ชวนระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ (ไม่สปอยล์) 5 จุดด้อย ของเรื่อง ก็อาจจะเป็น ที่เรื่องเลือก เอาตอนใกล้ จบเครื่อง ลงจอด แล้วมา เป็นจุด เริ่มเรื่อง ซึ่งในแง่การเล่าเรื่องย้อนกลับมัน ก็ทำให้ผู้ชม ได้เห็น จุดระทึก สุดท้าย นำมาก่อน แล้วค่อยย้อน ไปดูต้นเหตุ อาจจะมอง ว่าดีก็ได้ แต่มองว่า ไม่ดีก็ได้เช่นกัน เพราะเมื่อเรื่อง เลือกเปิดเผย เลยว่าใคร คือคน รอดตาย ตอนท้ายตั้งแต่แรก ทำให้ระหว่างทาง ไม่มีลุ้น กับการตาย ของตัวละครหลักไปทันที

อีกจุด ก็คือเมื่อตัวเรื่อง เลือกเป็น แนวสยองขวัญ ผสมดราม่า แม่ลูก ในซีนดราม่า ที่แม่ต้อง แสดงอารมณ์ ผ่านการแมคอัพ หน้าตา เป็นแวมไพร์ มันเลยดูอินยากกว่าปกติ เพราะแวมไพร์ ในเรื่องก็ ออกแนวสัตว์ประหลาดไปเลย คือหัวโล้น หูแหลม มีเขี้ยวงอก ไม่ใช่แวมไพร์ แบบหน้าตา เหมือนมนุษย์ แบบที่ หลายเรื่องใช้กัน แต่ไม่ใช่ดาราแสดงไม่ดี (นักแสดงที่รับบทชื่อ Peri Baumeister ) แต่มันไม่สามารถ ที่จะทำได้ แบบนั้น นอกจากใช้ ท่าทางการ แสดงออก เป็นหลัก ไม่ค่อยพูด ด้วยเพราะกลายร่าง แล้วขาด สติบ่อย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าตัวเรื่องกับนักแสดงพยายามมากที่สุดแล้ว แต่ดีที่นักแสดงเด็กส่งอารมณ์กลับมาได้ดี ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้อยู่ (ในเรื่องลูกรู้อยู่แล้วว่าแม่เป็นแวมไพร์และก็พยายามหาทางช่วยกับบอกคนอื่นเพื่อปกป้องแม่)

นี่เป็นหนัง Original Netflix ที่พล็อตเรื่องที่เจ๋ง และใช้ทั้งงบและพื้นที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่ามากจริงๆ จนน่าจะช่วยลบคำสบประมาทว่าหนัง Netflix ทำเองมักห่วยลงได้เรื่องหนึ่งเลยล่ะ ซึ่งจริงๆ ผู้เขียนคิดว่าเน็ตฟลิกทำหนังทุนน้อยได้ตามระดับของมันมากกว่าดีบ้างแย่บ้างปนกัน เฉลี่ยจริงๆ ก็พอกับหนังโรงที่ผิดหวังก็เยอะ แต่อาจจะไม่ได้เข้าไทยให้ดูกันเท่านั้น (มาลงเน็ตฟลิกซ์ก็หลายเรื่อง) แต่เรื่องนี้ทุนน้อยกลับทำได้มากเกินคาดจนดูเป็นหนังลงโรงขายทั่วโลกเลยก็ยังได้ครับ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ากับการรับชมมากครับ

สรุป

หนังแนวสยองขวัญดราม่าของ Netflix ที่พล็อตเรื่องชวนดูมากๆ และก็เซอร์ไพร์ที่ไม่ใช่แค่ไม่ผิดหวัง แต่ได้มากกว่าที่หวังไว้มากด้วย ในแง่ของทุนสร้างจำกัดกับการเล่นไอเดียโจรจี้เครื่องบิน vs.แวมไพร์ในที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่ามาก โดยมีทั้งความโหดดิบผสมกับดราม่าความสัมพันธ์แม่ลูกที่ชวนรันทดสะเทือนใจ และก็ยังมีความเหมือนหนังซอมบี้แต่มาในคราบแวมไพร์ที่โหดกว่าด้วย

จุดเด่น

เล่นฉากสยองขวัญในที่จำกัดบนเครื่องบินได้อย่างคุ้มค่ามาก
ไอเดียโจรจี้เครื่องบิน vs.แวมไพร์ ที่ไม่ใช่สู้กันแบบทื่อๆ
ใส่รายละเอียดของแวมไพร์ในรูปแบบทันสมัยขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งจุดคลาสสิคดั้งเดิมไปด้วย
ตัวละครทุกคนมีบทบาทสำคัญกับการเดินเรื่อง
บทเด็กในเรื่องไม่ใช่ภาระ แต่เป็นตัวละครหลักที่ช่วยแก้ปัญหาตลอดเรื่อง นักแสดงเล่นดีมาก
ความโหดดิบทั้งโจรทั้งแวมไพร์เลือดสาดกันทั้งคู่
มีเสียงพากย์ไทย (แต่อย่าดูเสียงเด็กแย่มาก)

จุดด้อย

ฉากเปิดเรื่องที่เริ่มจากตอนเกือบจบ ทำให้รู้ว่ามีตัวละครไหนรอดตายตั้งแต่แรกจนหมดลุ้นไปเยอะ
ฉากดราม่าของแม่ผ่านเมคอัพหน้าตาแวมไพร์ทำให้ดูแล้วอินยากหน่อย
บางจุดดูคลุมเครือไม่ได้เล่าออกมาตรงๆ อาจจะทำให้คนดูตีความไม่ตรงจริง หรือไม่เข้าใจเลยก็ได้
จบแบบไม่มีทิ้งเชื้อทำต่อเลย ผิดสูตรหนังสยองขวัญ (แอบเสียใจ T_T อยากดูต่ออีก)

 

วิธีการเล่าของหนังที่ทำให้ยังติดตามไปได้จนจบเรื่อง

จากนั้น หนังก็พาเราย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้า สลับไปสลับมากับเหตุบนเครื่องบิน เล่าย้อนไปถึงวันที่ครอบครัวยังอยู่กันพร้อมหน้า และต้นสายปลายเหตุของการมีเลือดแวมไพร์ไหลเวียนทั่วร่าง ทำให้เราซึมซับและรู้จักกับแม่ลูกคู่นี้ให้มากที่สุด ก่อนจะกลับมาเล่าเรื่องบนเครื่องบิน ก่อนที่มันจะไปบรรจบกับฉากแรกของหนังแล้วจัดการเล่าเรื่องต่อ เป็นวิธีการเล่าเรื่องที่หนังในยุคนี้ชอบใช้กัน เพราะมันทำให้คนดูรู้สึกสนุกไปกับหนังได้ตลอดเวลา

หนังป้อนข้อมูลแบบไม่ตามเวลา ทำให้คนรู้ผลของเหตุการณ์แล้วเสี้ยวหนึ่ง กับอีกหลายส่วนที่ยังไม่รู้ ต้องค่อยๆ ติดตามกันไป แถมเมื่อหนังเล่ามาบรรจบถึงฉากแรกแล้ว ก็ยังมีอะไรอีกที่คนยังไม่รู้

นั่นแหละ ทำให้อรรถรสในการดูหนังไม่ดร็อปลงไประหว่างทาง

เด็กฉลาดที่พาให้เรื่องไปกันใหญ่ แถมช่วยคลี่คลายให้อีกด้วย
ผู้เขียนบทหนังเลือกให้อีเลียสเป็นเด็กชายที่มีความเฉลียวฉลาด เขาเช็คอิน โหลดกระเป๋า พาแม่ไปยังที่นั่ง ทั้งยังอธิบายกับฟาฮิด (Kais Setti) ชายหนุ่มที่ร่วมโดยสารลำเดียวกันว่าพวกเขาจะไปถึงในเวลาเช้าด้วย แน่นอนว่า ผู้ชมคงต้องเพ่งเล็งเด็กชายคนนี้ไว้มากหน่อย แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ อีเลียสมีบทบาทสูงมากในหนังเรื่องนี้

หลายคนอาจไม่ชอบใจในตัวละครนี้ เพราะอาจรู้สึกว่าเป็นเพราะเขาจึงเกิดเรื่องยุ่ง แต่เพราะตัวละครตัวนี้ฉลาดแบบเด็กๆ และความรักที่เขามีต่อแม่นี่แหละที่สร้างเรื่องราวให้คุณติดตามไปจนจบ ผมจึงไม่ได้มองว่าอีเลียสเป็นตัวละครน่ารำคาญอะไร ตรงกันข้าม นอกจากเขาจะทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นแล้ว เขายังเป็นตัวละครสำคัญที่ช่วยให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลายลงได้

ก็ด้วยความฉลาดของเขานี่แหละครับ

ขณะเดียวกัน หนังก็ใส่บทตัวร้ายที่มีอาการทางจิตเข้ามาด้วย เป็นพวกบ้าระห่ำ ทำอะไรไม่ยั้งคิด แถมยังชอบแสดงออกแบบโอเวอร์แอคติ้งอีกด้วย

ไอเดียน่าสนใจ หนังก่อการร้ายบนเครื่องบิน..ที่มีแวมไพร์ดูดเลือด!
อันที่จริง เราก็คงจะเคยเจอกันมาแล้ว กับหนังจี้เครื่องบินที่มีพล็อตแม่ผู้ต้องช่วยชีวิตลูก แต่ครั้งบทแม่ไม่ใช่แค่คนธรรมดา หรือแม้แต่นักสืบ-ตำรวจที่มีฝีมือฉกาจ หากเป็นแม่ที่มีเลือดแวมไพร์อยู่ในตัวและกำลังบินไปเพื่อรักษา แต่กลับต้องมาอยู่บนเครื่องบินที่มีผู้ก่อการร้าย สุดท้าย เธอก็ต้องใช้ความเป็นแวมไพร์ช่วยเหลือลูกน้อยเอาไว้

หนังมีความผสมผสานความเป็นหนังอาชญกรรม แต่กลับมีแฟนตาซีแบบสยองขวัญด้วยไอเดียแวมไพร์ ดำเนินเรื่องที่พลิกผันไปมาในแนวๆ ระทึกขวัญ แต่แม้จะเล่าให้เรารู้ถึงเรื่องราวในอดีตของแม่ลูก แต่ก็กลับไม่ได้อินอะไรในจุดนั้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะน่าชื่นชมที่หนังมีไอเดียที่ดี แต่ก็ทำได้แค่สนุกพอประมาณ คือพาชวนลุ้นตื่นเต้นไปได้บ้าง มีบทตัวร้ายที่ดูแปลกๆ (นัยว่าพยายามสร้างสีสันและสร้างคำอธิบายพฤติกรรมประหลาดไปในตัว) กับการกระทำของตัวละครที่บางครั้งก็ดูไม่สมเหตุสมผล แต่ก็ชักชวนเราได้ติดตามไปจนถึงบทสุดท้ายของหนังได้ในที่สุด

 

ดูหนังไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *