รีวิว หนังเม็กซิโก Dance Of The Forty One 41 เริงระบำ

รีวิว หนังเม็กซิโก  Dance Of The Forty One 41 เริงระบำ

Dance of the forty one Netflix รีวิว 41 เริงระบำ หนังเม็กซิโก สร้างโดยอ้างอิงจากเรื่องจริงในช่วงศตวรรษที่ 19 ของลูกเขยหนุ่มของประธานาธิบดีเม็กซิโกที่ความจริงแล้วเขาเป็นเกย์ แต่เพื่ออำนาจและการไต่เต้าทางการเมือง เขากลับมาแต่งงานกับลูกสาวประธานาธิบดี จนกระทั่งสุดท้ายแล้วเรื่องราวกลับบานปลายใหญ่โต เมื่อความสัมพันธ์ของเขากับชายหนุ่มด้วยกันกลับถูกแฉออกมา

ผลงานกำกับโดย David Pablos หนังความยาว 1.33 นาที รับชมได้แล้วใน Netflix

 

เรื่องย่อ
ภาพยนตร์สัญชาติเม็กซิโก ที่สร้างโดยอ้างอิงจาก “เหตุการณ์จริง” ในปี ค.ศ. 1901 จากคดีสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกเรียกว่า Dance of the 41 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในเม็กซิโกได้บุกบ้านสุดหรูหลังหนึ่งเพื่อเข้าจับกุมผู้คนจำนวนหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าอาจจะชุมนุมกันทางการเมือง ปรากฏว่าทั้งหมดเป็นชายล้วน 42 คน ทุกคนเป็นผู้มีฐานะทั้งสิ้น แต่ระหว่างการเข้าจับกุม ตำรวจกลับพบว่าพวกเขากลับแต่งกายเป็นผู้หญิงทั้งหมด ทำให้พบว่าคนทั้งหมดเป็นพวกเกย์ หรือชายรักร่วมเพศ

แต่ที่ผิดคาดก็คือ หนึ่งในนั้นคือ อิกนาซิโอ เดอลาตอเร่ สมาชิกสภา ที่เป็นถึงลูกเขยของ ปอร์ฟิริโอ ดิแอซ ประธานาธิบดีเม็กซิโก คนปัจจุบัน ทำให้ชื่อของเขาถูกขีดออกจาก 42 คนและทำให้การจับกุมถูกประกาศเป็นทางการว่ามีเพียง 41 คนเท่านั้น

ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าถึง ความสัมพันธ์ที่ชวนอึดอัดระหว่าง อิกนาซิโอ เดอลาตอเร่ ผู้ที่ต้องแต่งงานกับ อมาด้า ดิแอซ ลูกสาวสุดรักของประธานาธิบดี แต่กลายเป็นว่าชีวิตหลังแต่งงานของพวกเขาไม่มีความสุขเลย แล้วอิกนาซิโอ ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางเพศกับภรรยาได้ เพราะเขามีความรักอยู่กับ เอวาริสโต รีวาส หรือ “เอวา” ผู้ที่เขาได้พาเข้าสู่สมาคมลับของชายรักร่วมเพศ แต่นั่นก็ทำให้ความลับของเขาต้องนับถอยหลังสู่หายนะ รวมถึงเหล่าเพื่อนพี่น้องชาวเกย์ทั้ง 41 คน

ตัวหนังมีสาระที่ต้องการบอกเล่าค่อนข้างชัดเจน เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวเกย์ในเม็กซิโกเมื่อร้อยกว่าปีก่อน สร้างโดยอ้างอิงจากคดีดังในประวัติศาสตร์ของเม็กซิโกเมื่อปี ค.ศ. 1901 เพราะเป็นคดีแรกของเม็กซิโกที่มีการจับกุมตัวกลุ่มคนที่เป็นพวกรักร่วมเพศ และทำให้สื่อเม็กซิโกมีการนำเสนอเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ในยุคสมัยที่เรื่องรักร่วมเพศถือเป็นสิ่งต้องห้ามและรับไม่ได้ในสังคม

ต้องขอชมอย่างหนึ่งคือ หนังพาเราเข้าประเด็นรวดเร็วมาก ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 3 นาที เพื่อบอกเราว่า อิกนาซิโอ เดอลาตอเร่ ตัวเอกของเรื่องนี้เป็นเกย์ ที่ต้องแต่งงานกับ อมาด้า ซึ่งเป็นถึงลูกสาวของประธานาธิบดี นั่นย่อมหมายถึง การที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดี การแต่งงานนี้เป็นการแต่งที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองและการไต่เต้าทางอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ซึ่งตัวอิกนาซิโอ ก็ต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ความลับของเขาถูกเปิดเผย

ตัวหนังก็จะนำเสนอชีวิตของอมาด้าที่ไม่ได้มีความสุขอะไรเลย เมื่อสามีของเธอตอบสนองเรื่องบนเตียงให้ไม่ได้ (แม้ว่าเขาจะพยายามแล้ว) ในขณะที่อิกนาซิโอจะเป็นตัวของตัวเองเต็มที่เมื่อเขาอยู่กับ เอวาริสโต รีวาส หรือที่เรียกสั้นๆกันว่า “เอวา” แล้วตัวหนังยังนำเสนอว่า การพาคนๆหนึ่งเข้าสู่วงสังคมเกย์ชั้นสูงนั้น ต้องผ่านการแนะนำตัวอย่างไร แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และเกื้อกูลกันของสมาคมนี้ ซึ่งคงไม่ใช่แค่ในเม็กซิโกเท่านั้น แต่ลักษณะที่ว่านี้ ยังสามารถพบได้ในหลายประเทศด้วย (ไทยเราก็ไม่ต่างกัน) อีกทั้งหนังก็มีฉากในลักษณะของการรักร่วมเพศให้เห็นอยู่ตลอดเรื่อง นี่จึงไม่ใช่หนังที่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี

ด้านงานโปรดักชั่น งานสร้าง และทีมนักแสดง ไปจนถึงบทต่างๆ ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดคิด ถือว่าเป็นหนังที่สามารถล่ารางวัลใหญ่อะไรสักอย่างของเม็กซิโกได้อย่างสบาย การถ่ายทำก็มีการใช้เทคนิค Long Take เข้ามาช่วยในบางฉากเพื่อเพิ่มความสมจริง โดยเฉพาะฉากความขัดแย้งอย่างถึงขีดสุดระหว่างอิกนาซิโอและอมาด้า ซึ่งเรื่องนี้อาจจะกระแทกใจคนดูจำนวนหนึ่งก็ได้ เพราะในโลกความเป็นจริงก็มีคู่แต่งงานบางคู่ที่มีปัญหาในลักษณะนี้อยู่เหมือนกันจากการที่พวกเขาไม่สามารถเปิดเผยรสนิยมทางเพศของตนเองได้ และต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนเองไว้

ในด้านการแสดง ต้องขอชมนักแสดงหลักอย่าง Alfonso Herrera ที่เล่นได้สมบทบาทเอามากๆ ชนิดที่เชื่อว่าเขาเป็นรักร่วมเพศที่มีความกดดันในจิตใจ รวมถึง Mabel Cadena ที่เล่นได้ยอดเยี่ยมมากกับอมาด้า ภรรยาสาวที่อึดอัดกับชีวิตคู่และต้องการหาทางออกให้ได้

อีกจุดที่หนังพยายามนำเสนอและทำได้ดีก็คือ การบอกเล่าถึงกลุ่มพวกรักร่วมเพศในแบบด้านดี ที่พยายามจะบอกว่าพวกเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ที่จริงแล้วพวกเขาก็แค่กลุ่มคนที่ “พยายามค้นหาพวกเดียวกัน” ภายใต้สังคมที่ไม่ยอมรับพวกเขา ซึ่งสุดท้ายแล้วพวกเขาต่างก็ถูกจับกุมและต้องลงโทษอย่างรุนแรง จนบางทีเราก็อดคิดไม่ได้ว่า แค่พวกเขาเป็นเกย์ พวกเขาต้องรับโทษรุนแรงขนาดนั้นเลยหรือ หนังเรื่องนี้จึงน่าจะช่วยกระตุ้นความคิดทางด้านเพศและศีลธรรมของคนดูในยุคนี้ที่เปิดเผยเรื่องเพศกันมากกว่าร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ด้วย

 

ส่วนจุดด้อยก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงกลางเรื่องที่เดินเรื่องได้ช้าและใช้ประเด็นเดิมๆ วนไปมามากไปนิด ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมอิกนาซิโอถึงไม่ยอมที่จะยิดหยุ่นและฝีนความรู้สึกตัวเองอีกสักหน่อยเพื่อประคองชีวิตคู่เอาไว้ เพราะอมาด้าเองก็ประกาศแล้วว่าเธอต้องการลูก แต่ก็นั่นแหละ เพราะหนังสร้างโดยอ้างอิงจากเรื่องจริง ทำให้ผู้สร้างคงต้องอาศัยช่องว่างจากเหตุการณ์จริงมาเสริมเติมเรื่องราวเข้าไป และอีกจุดที่น่าเสียดายก็คือ หนังไม่ยอมบอกเล่าบทสรุปของตัวเอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา อ่านต่อได้ที่

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *