ทรงหลังคา ยอดนิยม เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน

หลังคา

ในปัจจุบันหลังคามีให้เลือกหลากหลายแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของ สถาปนิก และความต้องการของเจ้าของบ้าน รวมถึงคุณสมบัติของวัสดุที่เลือกใช้ ซึ่งสิ่งสำคัญของทุกการออกแบบที่ต้องคำนึงคือความสวยงาม ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของหลังคาที่เอื้อต่อการใช้งานสูงสุด ดังนั้นก่อนเลือกแบบบ้านมาดูกันก่อนว่าหลังคาแบบไหนเหมาะกับแบบบ้านสไตล์ใด และเข้ากับสภาพอากาศในเมืองไทยหรือไม่

หลังคา ถือเป็น โครงสร้างหลัก และเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านมีเอกลักษณ์  ออกแบบบ้าน บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้าน ซึ่งนอกจากจะมีรูปทรงที่สวยงาม สร้างความแตกต่างให้กับแบบบ้านแล้ว หลังคาบ้านแต่ละแบบยังมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติต่างๆ เช่น การรองรับกับสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ การป้องกันและการระบายความร้อนเพื่อให้บ้านเย็นเหมาะกับการพักอาศัย

1. หลังคาแบน

บ้านหลังคาแบน บางครั้งอาจถูกเรียกว่าบ้านไม่มีหลังคา หรือบ้านหลังคาเปลือย เป็นทรงหลังคาที่มีลักษณะแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้น ถือเป็นทรงยอดนิยมสำหรับบ้านยุคใหม่ เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น และทรอปิคอลโมเดิร์น

หลังคาประเภทนี้สามารถดูดซับความร้อนและรับน้ำฝนโดยตรง จึงต้องสร้างให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเทไปยังช่องเจาะระบายน้ำฝนหรือท่อระบายบนหลังคา และมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี

เจ้าของบ้านสามารถใช้พื้นที่ของหลังคา ซึ่งเรียกว่าดาดฟ้า ให้เกิดเป็นประโยชน์ได้ เช่น จัดเป็นสวนบนดาดฟ้า สวนนั่งเล่น พื้นที่รับลมเย็นๆ ซึ่งเหมาะกับลักษณะบ้านในสังคมเมือง

สถาปนิก หลังคาบ้านสวย เลือกแบบไหน เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ
สถาปนิก หลังคาบ้านสวย เลือกแบบไหน เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ

2. หลังคาเพิงหมาแหงน

มีความโดดเด่นในด้านความสวยงามและความโมเดิร์นทำให้บ้านดูทันสมัย ลักษณะของหลังคาจะมีองศาเอียงที่ไปด้านเดียว เปรียบเสมือนหมาที่นั่งแหงนหน้าขึ้น

หลังคาทรงนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะเส้นสายและรูปทรงที่ดูเรียบเท่ ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์น ทั้งยังสามารถนำไปปรับให้เข้ากับแบบบ้านอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น บ้านสไตล์เนเชอรัล ที่อาศัยการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบองค์ประกอบอื่นๆ ให้สอดคล้องเข้ากันอย่างลงตัว

หลังคาเพิงหมาแหงนมีโครงสร้างหลังคาที่ไม่สลับซับซ้อน มีรอยต่อน้อยจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการก่อสร้าง แต่ขณะเดียวกันควรระวังเรื่ององศาความลาดเอียงของตัวหลังคาที่จะทำให้เกิดปัญหาการรั่วซึมได้

3. หลังคาปีกผีเสื้อ

ลักษณะทรงหลังคาคล้ายๆ กับผีเสื้อกำลังกระพือปีกเพื่อบิน ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกัน ส่วนตรงกลางของหลังคา ทำเป็นรางน้ำซึ่งอาจทำให้เอนไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อระบายน้ำ

หลังคาทรงนี้ช่วยให้บ้านมีความเป็นโมเดิร์น ดูทันสมัย เรียบเท่แต่มีลูกเล่นที่แตกต่าง เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น หรือบ้านสไตล์เนเชอรัล ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะและส่วนประกอบอื่นๆ ในการออกแบบเพื่อให้มีความสวยงามลงตัวที่สุด

4. หลังคาทรงหน้าจั่ว

มีลักษณะเป็นหน้าจั่วสามเหลี่ยมทอดยาวตลอดทั้งตัวหลังคา โดยจะผืนหลังคาที่มีความลาดเอียงสองด้านชนกันบริเวณปลายสูงสุดของหลังคา

เนื่องจากทรงของหลังคามีการยกสูง และมีพื้นที่ใต้หลังคามาก ทำให้สามารถระบายความร้อนใต้หลังคาได้ดี โดยความร้อนในบ้านจะลอยตัวมาอยู่ที่บริเวณหน้าจั่วด้านบน หากการออกแบบมีการทำช่องระบายอากาศเสริมบริเวณนี้ก็จะยิ่งเพิ่มการระบายความร้อนภายในบ้านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หลังคาทรงหน้าจั่วนิยมใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัย สไตล์โมเดิร์น และสไตล์อื่นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบที่ลงตัวต่อการใช้งาน

5. หลังคาทรงปั้นหยา

ลักษณะเด่นของหลังคาทรงปั้นหยาจะครอบคลุมทุกทิศทางของบ้าน โดยมีด้านลาดเอียงทั้งสี่ด้านขึ้นไปชนกันเป็นจุดยอดรวม  และเป็นส่วนบนสุดของหลังคา

หลังคาทรงนี้จะมีความแข็งแรงกว่าแบบอื่นๆ ด้วยลักษณะของโครงสร้างหลังคาที่ทุกด้านบรรจบกันบนยอดสุดทำให้เกิดความมั่นคง ทั้งยังมีชายคายื่นยาวออกไปทุกทิศทางจึงช่วยคุ้มแดดคุ้มฝนได้ดี แต่ในการสร้างนั้นทีมช่างจะต้องมีความชำนาญที่มากพอ เพราะตัวหลังคามีจุดเชื่อมต่อมากกว่าแบบอื่น อาจทำให้เกิดปัญหารั่วซึมได้

หลังคาทรงปั้นหยาสามารถนำมาสร้างกับแบบบ้านได้หลากหลายสไตล์ เช่น สไตล์ร่วมสมัย สไตล์โมเดิร์น สไตล์ไทยประยุกต์

6. หลังคาทรงมะนิลา

แบบทรงหลังคาบ้านที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างทรงปั้นหยากับทรงหน้าจั่ว และนำข้อดีของทั้งสองแบบมาประยุกต์ใช้ คือความแข็งแรง สามารถในการรับแรงปะทะจากลมแดดลมฝนจากทุกทิศทางของทรงปั้นหยา และความสามารถในการระบายความร้อนได้ดีของทรงหน้าจั่ว

ด้วยความเป็นการผสมผสานระหว่างแบบหลังคาสองทรง จึงทำให้มีความซับซ้อนของทรงหลังคาและอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการรั่วซึมในช่วงรอยต่อหลังคาได้ ดังนั้นทีมทช่างที่ก่อสร้างจึงต้องมีความชำนาญอย่างดี

หลังคาทรงนี้สามารถนำรวมไว้ในแบบบ้านสไตล์คันทรี่ สไตล์ร่วมสมัย สไตล์ไทยประยุกต์ซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสไตล์โคโลเนียลทีมีความโดดเด่นของศิลปะตะวันตกอย่างลงตัว

7. หลังคาทรงโค้งกลม

เป็นรูปทรงหลังคาที่มีความโดดเด่นด้วยความโค้งมนที่ดึงดูดความสนใจ และบ่งบอกความเป็นตัวตนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าของบ้านได้อย่างดี หลังคาทรงนี้จะนิยมออกแบบให้มีชายคายื่นออกไปจากตัวบ้าน

หลังคาทรงนี้สามารถสร้างผิวโค้งได้หลากหลายรูปทรง และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการรั่วซึม แต่การออกแบบนั้นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการคำนวณเรื่องโครงสร้างที่จะรองรับ เพื่อความสวยงาม มีมาตรฐานและความปลอดภัย

หลังคาทรงโค้งกลมสามารถออกแบบให้เข้ากับบ้านได้หลายสไตล์ขึ้นอยู่กับการออกแบบ และความต้องการของเจ้าของบ้านและความลงตัว

8. หลังคาทรงหลายเหลี่ยม

หลังคาทรงหลายเหลี่ยมมีความคล้ายคลึงกับหลังคาทรงปั้นหยา แต่จะต่างกันตรงที่หลังคาทรงปั้นหยานั้นจะมีส่วนประกอบของผืนหลังคาสี่ด้านลาดเอียงไปเจอกันด้านบนสุด ส่วนหลังคาหลายเหลี่ยมจะมีผืนหลังคามากกว่าสี่ด้าน เช่น แบบหกเหลี่ยม จะมีผืนหลังคาหกผืนลาดเอียงขึ้นไปเจอกันด้านบนสุด และแบบแปดเหลี่ยม จะมีผืนหลังคาแปดผืนลาดเอียงขึ้นไปเจอกันด้านบนสุด

หลังคาทรงนี้จะถูกใช้กับส่วนของศาลาหรือพื้นที่ที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของบ้าน เช่น โถงสูงของห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก และสามารถนำมาปรับใช้กับแบบบ้านหลายสไตล์ เช่น สไตล์เนเชอรัล สไตล์คลาสสิก

9. หลังคาทรงโดม

เป็นแบบหลังคาที่มีความประณีตสวยงาม มีลักษณะโค้งมนคล้ายผลส้มผ่าครึ่งคว่ำ สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการเลือกใช้หลังคาทรงนี้คือการป้องกันเรื่องการรั่วซึมบริเวณรอยต่อระหว่างวัสดุที่ใช้ทำหลังคากับโครงสร้างที่รองรับ รวมทั้งควรเลือกใช้บริการทีมงานทีมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ

หลังคาทรงโดมเหมาะกับแบบ บ้านสไตล์คลาสสิก ซึ่งจะช่วยเสริมให้บ้านดูโดดเด่น ดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น

หลังคามีหลายรูปทรง หลายแบบ การจะเลือกให้เหมาะสมกับแบบบ้านเพื่อให้เกิดความสวยงามลงตัวถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมเรื่องคาวมแข็งแรง ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับสภาพอากาศและพื้นที่ รวมทั้งการออกแบบอย่างมีมาตรฐานโดยควรมีผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านถือเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของคุณ

หลังคาบ้านไทย

หนึ่งในวิธีการ..กำหนดหรือเรียกชื่อรูปทรงบ้านที่ได้รับความนิยม คือ การเรียกตามรูปทรงหลังคาบ้าน เช่น บ้านปั้นหยา บ้านจั่ว บ้านเพิงแหงน นั่นอาจเป็นเพราะหลังคาบ้านเป็นองค์ประกอบเด่นที่มองเห็นสะดุดตามาแต่ไกล เปรียบเสมือนทรงผมของบุคคลที่สามารถบ่งบอก Lifestyle ได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยวิวัฒนาการด้านวัสดุและเทคโนโลยีก่อสร้างในปัจจุบัน ส่งผลให้สถาปนิกผู้ออกแบบได้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบไม่ให้จำเจ จะพาไปรู้จักกับ 3 แนวทางออกแบบหลังคาบ้านไทยที่มีความแตกต่าง มาพร้อมกับความเป็นโมเดิร์นทันสมัย ก่อให้เกิดความสวยงามอย่างลงตัว

หลังคาทรงจั่วสไตล์โมเดิร์น

บ่อยครั้งที่ผู้เขียนสัมภาษณ์พูดคุย นำเสนอแนวทางออกแบบบ้านให้กับลูกค้า เมื่อเอ่ยถึงหลังคาทรงจั่วจะสังเกตได้ว่า เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักมองว่าหลังคาจั่วเป็นรูปทรงที่ดูเชย แต่ความจริงแล้วงานออกแบบสถาปัตยกรรมสามารถทำให้หลังคาทรงจั่วดูทันสมัยได้ครับ และที่สำคัญหลังคาทรงจั่วเป็นรูปทรงที่เหมาะกับสภาพอากาศอย่างประเทศไทย มีโถงหลังคาที่สูง จึงช่วยระบายความร้อนได้ดี และมีองศาความชันที่มาก จึงระบายน้ำฝนได้ไว

หนึ่งในหลังคารูปทรงจั่วที่ได้รับความนิยมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือการออกแบบหลังคาทรงจั่วมินิมอลโมเดิร์น ลดทอนเส้นสายของชายคาด้านข้างออก พร้อมกับเติมความโมเดิร์นให้เข้ากับรูปทรงหลังคาด้วยการเลือกวัสดุหลังคาที่มีความเรียบ อย่างเช่น หลังคาเอสซีจี รุ่น นิวสไตล์ โมเดิร์น ที่ให้เส้นสายตรง เน้นโทนสีเข้ม เช่น เทา ดำ ตัดกับตัวบ้านสีขาว เทา สว่างตา

เมื่อไม่มีชายคา จุดที่ต้องระมัดระวังสำหรับหลังคาประเภทนี้ คือระบบระบายน้ำฝน จำเป็นต้องเลือกใช้รางน้ำฝนที่มีดีไซน์เข้ากับตัวบ้าน หรือออกแบบในลักษณะรางซ่อนภายใน โดยให้น้ำฝนไหลลงสู่ระบบรางน้ำและระบายสู่ท่อระบายน้ำในลำดับถัดไป

องศาหลังคาที่แตกต่างกัน

เส้นสายสถาปัตยกรรมช่วยสร้างความแตกต่างให้กับงานออกแบบได้เป็นอย่างดี สำหรับหลังคาทั่วไปจะมีมุมองศาที่เป็นมาตรฐาน เช่น หลังคาปั้นหยานิยมออกแบบให้องศาหลังคาอยู่ที่ 25 – 30 องศา, หลังคาจั่ว 35 องศา หากต้องการความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สถาปนิกจะออกแบบองศาหลังคาบ้านตามองค์ประกอบงานดีไซน์และฟังก์ชันของบ้านหลังนั้นๆ โดยเฉพาะ

จุดที่ต้องระมัดระวังเมื่อใช้องศาที่แตกต่าง คือ ควรใช้อุปกรณ์หลังคากันรั่วบริเวณรอยต่อ รอยตัดหลังคา และควรใช้ช่างที่เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์มาติดตั้งให้ มิเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมภายหลังได้

เพิ่มกล่องให้บ้าน

ปิดท้ายกันด้วยแนวทางผสมผสานที่สามารถประยุกต์ใช้งานร่วมกับหลังคาแต่ละประเภทได้ โดยการนำหลังคา Slab มาผสมกับตัวบ้านทรงกล่อง ช่วยเพิ่มลูกเล่นที่ดูโมเดิร์นทันสมัย และเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับบ้านหลังนั้น ๆ

จุดที่ต้องระมัดระวังคือช่วงรอยต่อของงานหลังคาและระบบกันซึมของหลังคา Slab คอนกรีต จำเป็นต้องใช้คอนกรีตที่มีส่วนผสมของน้ำยากันซึม มี Slope ลาดเอียงที่สามารถลำเลียงน้ำขังลงสู่ท่อระบายน้ำได้อย่างคล่องตัว

ตัวอย่างบ้านหลังคาจั่ว ที่ให้อารมณ์ความเป็นไทย ในขณะเดียวกัน กล่องช่วยเพิ่มลุคให้บ้านดูโมเดิร์น ทันสมัย โดยตัวอาคารหลักใช้หลังคาจั่วร่วมกับกระเบื้องหลังคาเอสซีจี แผ่นเรียบ เช่น รุ่น เอ็กซ์เซลล่าโมเดิร์น หรือ รุ่น นิวสไตล์โมเดิร์น โทนสีเทาที่จะช่วยป้องกันความร้อนและระบายน้ำได้ดี ส่วนบริเวณห้องนั่งเล่น ออกแบบลักษณะ Double Space ซึ่งเป็นพื้นที่สูงโปร่ง จึงสามารถทำหลังคา Slab ได้โดยไม่ร้อน

ตัวอย่างบ้านชั้นเดียว หลังคาปั้นหยา หลังคาระเบียงและโถงทางเข้า เป็นพื้นที่กึ่งภายนอกที่ไม่กังวลเรื่องความร้อนมาก จึงเลือกใช้หลังคา Slab คอนกรีต ช่วยให้บ้านดูโมเดิร์น มีเส้นสายที่เรียบหรู

ทั้ง 3 แนวทางนี้ เป็นรูปแบบที่สถาปนิกนิยมนำมาใช้ในงานออกแบบ บ้านแต่ละหลังอาจมีความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน จุดสำคัญเมื่อเลือกออกแบบหลังคาที่แตกต่าง คือ ทักษะ ประสบการณ์ในงานติดตั้งระบบหลังคา หากเป็นงานหลังคาทั่วไป ช่างทั่วไปจะคุ้นเคยกับงาน สามารถดำเนินการได้ไม่ยากนัก แต่หากรูปทรงหลังคาแตกต่างไปจากที่คุ้นเคย อาจก่อให้เกิดปัญหาในการติดตั้งได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิศวกรหรือสถาปนิกควบคุมงานก่อสร้าง หากต้องเผชิญกับปัญหาใด ผู้คุมงานก่อสร้างจะช่วยแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีครับ

ปัจจุบัน ด้านหลังคา มีทีมช่างให้บริการเหมามุงหลังคาครบวงจร สำหรับบ้านใหม่ ที่ มีวิศวกรคอยควบคุมตรวจสอบงานติดตั้งหลังคาให้ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าของบ้านจึงมั่นใจได้ว่า ได้หลังคาสวย ตรงตามแบบ หมดกังวลเรื่องหลังคารั่วซึม พร้อมกับรับประกันงานหลังคาสูงสุด 10 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *