เป็นสิวที่หลัง รักษายาก ทำอย่างไรดี ?

สิวที่หลังเกิดจากรูขุมขนอุดตันด้วยแบคทีเรีย ความมัน และ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรืออาจเกิดจากสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในเสื้อผ้า เช่น เหงื่อ สิวปรากฏได้ในคนทุกเพศทุกวัย และสามารถรักษาได้ด้วยตนเอง สิวที่หลังและอก มักถูกพิจารณาว่าเป็นสิวรุนแรง หากสิวที่หลังมีขนาดใหญ่ หรือมีจำนวนเยอะมาก ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

ชนิดของสิวที่หลัง

สิวที่หลังมีหลายชนิด เกิดขึ้นจากการอักเสบหรือการอุดตัน การสังเกตถึงชนิดของสิวสามารถช่วยให้ทำการรักษาได้อย่างเหมาะสม สิวที่หลังมีชนิดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • สิวอุดตันหรือสิวหัวขาว เกิดจากหัวสิวที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนภายใต้ผิวหนังเจริญเป็นหัวสิวสีขาว
  • สิวหัวดำ เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันรูขุมขนที่เปิดอยู่บริเวณผิวหนัง หัวสิวสีดำไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรกไปอุดตันรูขุมขน แต่เกิดจากปฏิกิริยาของไขมันและอากาศ
  • สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papules) เป็นสิวที่มีสีชมพูขนาดเล็ก เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน เป็นสิวชนิดที่ไวต่อการสัมผัส อาจติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือเป็นแผลเป็นได้หากไปดึงหรือบีบ
  • สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) เป็นสิวอักเสบชนิดหนึ่ง อาจมีหัวสิวเป็นหนองสีขาวหรือสีเหลืองที่เกิดจากการรวมตัวของสิวหัวขาวและอาการแดงบริเวณรอบ ๆ หัวสิว ไม่ควรดึงหรือบีบเพราะอาจทำให้เป็นจุดด่างดำหรือแผลเป็นได้
  • สิวอักเสบแดงแบบก้อนลึก (Nodules) เป็นสิวที่เติบโตอยู่ภายใต้ผิวหนัง มีขนาดใหญ่ แข็ง อักเสบ และอาจมีอาการเจ็บหรือปวด
  • สิวหัวช้างหรือสิวซีสต์ เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่ เป็นหนอง มีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วย อาจก่อให้เกิดแผลเป็น สิวหัวช้างมักเป็นสิวระดับรุนแรง

สิวที่หลัง

สิวที่หลังเกิดจากอะไร ?

ทุกคนมี ต่อมน้ำมันภายใต้รูขุมขน ผลิตน้ำมันที่เรียกว่าซีบัม (Sebum) ออกมาเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและผิวหนัง หากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขนก็จะทำให้เกิดสิว ทำให้มีอาการแดง บวมหรือเป็นหนอง สิวอาจเกิดจากการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

  • ฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนมีการเปลี่ยน สิวจึงมักปรากฏในช่วงวัยรุ่นเป็นเรื่องปกติหรือผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
  • กรรมพันธุ์ ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดขึ้นอาจส่งผ่านจากครอบครัวได้ เช่น หนึ่งในสมาชิกในครอบครัวเคยประสบกับสิวระดับรุนแรงมาก่อน
  • เหงื่อ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ หากใส่เสื้อที่คับหรือพอดีตัวเกินไป เมื่อเหงื่อออกในเสื้อ อาจทำให้สิวรุนแรงขึ้นได้
  • อาหาร มีผลวิจัยยืนยันว่าการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเช่นขนมปังขาวหรือมันฝรั่งทอดอาจทำให้เป็นสิวได้ เพราะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  • ยา ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า อาจทำให้เกิดสิวได้
  • ความเครียด นับเป็นปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดสิว แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรง
  • กรรมพันธุ์ และฮอร์โมน ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดขึ้นอาจส่งผ่านจากครอบครัวได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ก็เป็นอีกสาเหตุหลักของปัญหาสิวได้เช่นกัน ดังนั้นสิวจึงมักปรากฏในช่วงวัยรุ่น, ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์
  • อาหาร มีผลวิจัยยืนยันว่าการบริโภคคาร์โบไฮเดรต เช่น ขนมปังขาว เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ และการรับประทานอาหารประเภทของทอดหรือของมันเป็นประจำ รวมถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันและน้ำตาลสูง เช่น ช็อกโกแลต หรือขนมหวาน ก็เป็นทำให้ผิวมันมากขึ้น จึงทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวที่หลังได้
  • ยา ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า อาจทำให้เกิดสิวได้
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้กับผิวพรรณ เช่น ครีมกันแดด ครีมทาผิว และน้ำมันนวดผิว ก็เป็นสาเหตุให้รูขุมขนอุดตันจนเกิดสิวได้เช่นกัน นอกจากนี้แชมพู และครีมนวดผม ก็ทำให้เกิดสิวที่หลังได้ด้วย หากล้างทำความสะอาดไม่หมด ก็จะเกิดการตกค้างอยู่บนผิวหนัง ทำให้เกิดสิวที่หลังได้
  • เสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยเฉพาะผ้าเนื้อแข็ง ที่เสียดสีกับแผ่นหลังตลอดเวลา หรือเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดีพอ จนเกิดการอับชื้น เป็นที่สะสมของแบคทีเรีย สิ่งสกปรก และคราบเหงื่อไคล ทำให้รูขุมขนอุดตันจนกลายเป็นสิวที่หลังได้ในที่สุด รวมถึงการใช้ผงซักฟอกที่มีฤทธิ์รุนแรง ก็อาจทำให้แผ่นหลังระคายเคือง และเกิดสิวได้เช่นกัน
  • ผ้าปูที่นอนไม่สะอาด ผ้าปูที่นอนและหมอนที่สกปรกก็ทำให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน ดังนั้นควรหมั่นเปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หากปล่อยทิ้งไว้นานจะเป็นที่สะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรกได้

ชนิดของสิวที่หลัง

  1. สิวอุดตันหรือสิวหัวขาว เกิดจากหัวสิวที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนภายใต้ผิวหนังเจริญเป็นหัวสิวสีขาว
  2. สิวหัวดำ เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันรูขุมขนที่เปิดอยู่บริเวณผิวหนัง
  3. สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papules) เป็นสิวที่มีสีชมพูขนาดเล็ก เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน เป็นสิวชนิดที่ไวต่อการสัมผัส
  4. สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) มีหัวสิวเป็นหนองสีขาวหรือสีเหลืองที่เกิดจากการรวมตัวของสิวหัวขาวและอาการแดงบริเวณรอบ ๆ หัวสิว
  5. สิวอักเสบแดงแบบก้อนลึก (Nodules) เป็นสิวที่เติบโตอยู่ภายใต้ผิวหนัง มีขนาดใหญ่ แข็ง อักเสบ
  6. สิวหัวช้างหรือสิวซีสต์ เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่ เป็นหนอง มีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วย อาจก่อให้เกิดแผลเป็น

วิธีรักษาสิวที่หลัง

หากประสบปัญหาสิวที่หลัง สามารถรักษาตัวเองในเบื้องต้นเพื่อลดการแพร่กระจายของสิวได้โดยการทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวอย่างอ่อนโยน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ เช่น เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิซิลิก รีซอร์ซินอล หรือกำมะถัน รวมถึงไม่ควรแกะหรือบีบสิวเพราะอาจทำให้เป็นแผลเป็นหรือเกิดการติดเชื้อ หากรักษาตนเองเบื้องต้นไม่ได้ผล ควรไปพบแพทย์ อาจจำเป็นต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังโดยเฉพาะ เพื่อหาสาเหตุหรือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดสิวที่หลัง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาทั้งยารับประทานและยาครีมเพื่อใช้รักษาต่อไป

วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวที่หลัง

โดยทั่วไปแล้วแผลเป็นจะลดขนาดและจางไปตามระยะเวลา หากแผลเป็นนั้นก่อให้เกิดความรำคาญ อาจปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการรักษา เช่น การศัลยกรรมขจัดแผลเป็นหรือการเลเซอร์ผิวหนังได้ หรือปรึกษากับแพทย์โรคผิวหนังหรือศัลยแพทย์เพิ่มเติม

วิธีป้องกันสิวที่หลัง

สิวที่หลังเป็นปัญหาที่ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะบางครั้งอาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงของการเกิดสิว โดยจำกัดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วมผสมหลักเป็นน้ำมัน ลดแรงกดบริเวณหลังและหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิด หรือลดความเสี่ยงด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น

  • ใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หากเหงื่อออก เสื้อผ้าหลวม ๆ จะช่วยให้ผิวผ่อนคลายและระบายเหงื่อ แต่เสื้อผ้าที่คับหรือพอดีตัวเกินไปจะดักจับเหงื่อและสิ่งสกปรกไว้พร้อมทั้งยังเสียดสีบริเวณผิวหนังหรือรูขุมขน การถอดเสื้อออกกำลังกายในบริเวณที่พื้นสกปรกหรือบริเวณที่เครื่องเล่นเต็มไปด้วยเหงื่อก็อาจก่อให้เกิดสิวได้
  • เลือกใช้ครีมกันแดดอย่างเหมาะสม เพราะครีมที่มันเกินไปอาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้ ควรเลือกครีมกันแดดที่ปราศจากน้ำมันและเบาบางต่อผิว ครีมกันแดดสำคัญมากในการป้องกันผิว โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลือยหลังต่อแสงแดด
  • ไม่ให้ผมสัมผัสโดนหลัง เพราะร่างกายคนเรามักผลิตน้ำมันออกมาสร้างความชุ่มชื้นให้ผิวหนังและเส้นผมอยู่เสมอ หากปล่อยให้ผมสัมผัสกับหลังอยู่บ่อย ๆ สิ่งสกปรกหรือน้ำมันจากผมอาจก่อให้เกิดสิวที่หลังได้ ควรมัดผมหรือรวบผมเวลาที่มีเหงื่อและสระผมให้สะอาดอยู่เสมอ รวมไปถึงพยายามไม่ให้ครีมนวดผมหรือแชมพูไหลผ่านหลัง เพราะส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้
  • อาบน้ำหลังออกกำลังกาย
    ควรอาบน้ำให้เร็วที่สุดหลังจากเล่นกีฬาทุกครั้ง เพราะเหงื่อที่สะสมอยู่ในเสื้ออาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้
  • ขัดผิวอย่างอ่อนโยน เช่นการใช้กรดซาลิซิลิกขัดผิว การขัดผิวช่วยขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันบนผิวหนัง รวมไปถึงลดจำนวนของเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่มักไปอุดตันรูขุมขน แต่ไม่ควรทำรุนแรงหรือบ่อยเกินไปเพราะทำให้ผิวแห้งระคายเคือง
  • เลือกบริโภคเพื่อสุขภาพ มีตัวอย่างงานวิจัยยืนยันว่าการบริโภคอาหารที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างคาร์โบไฮเดรตเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดสิวหรือทำให้สิวรุนแรงกว่าเดิม การเลือกบริโภคเพื่อสุขภาพ เช่นการบริโภคธัญพืช ลีนโปรตีน ผักและผลไม้เยอะ ๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *