แนวคิด บ้านหน้าแคบ ออกแบบอย่างไร บ้านที่ถูกปิดทึบด้วยผนังทั้ง 2 ด้าน ดีไซน์เปิดโล่งรับธรรมชาติ

ออกแบบบ้านหน้าแคบ

ออกแบบบ้านหน้าแคบ ปัจจุบันเราจึงเห็นบ้านลักษณะทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ บ้านลักษณะหน้าแคบแต่ลึกจะเป็นบ้านที่ถูกปิดทึบด้วยผนังทั้ง 2 ด้าน

วิถีการสร้างบ้านในเขตชุมชนเมือง นิยมบ้านลักษณะหน้าแคบ แต่ลึก เนื่องด้วยราคาที่ดินในเมืองมีราคาสูงมาก การแบ่งซอยพื้นที่เล็ก ๆ จึงสามารถขายได้ง่ายกว่าที่ดินผืนใหญ่ ปัจจุบันเราจึงเห็นบ้านลักษณะทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยวที่สร้างบนที่ดินแคบ ๆ จำนวนมาก ซึ่งหากย้อนดูสถาปัตยกรรมยุคเก่าจะเห็นได้ว่า บ้านลักษณะหน้าแคบแต่ลึกจะเป็นบ้านที่ถูกปิดทึบด้วยผนังทั้ง 2 ด้าน ส่งผลให้การใช้ชีวิตภายในบ้านรู้สึกอึดอัด คับแคบ จำเป็นต้องเปิดไฟตลอดทั้งวัน และยากยิ่งที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ

ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปมาก ความต้องการดื่มด่ำกับธรรมชาติ สายลม แสงแดด มีมากขึ้น ประจวบกับเทคโนโลยี นวัตกรรมวัสดุ และงานสถาปัตยกรรมได้มีการพัฒนามากขึ้น รูปแบบบ้านหน้าแคบจึงได้มีการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับบ้านหน้าแคบได้อย่างสมบูรณ์ จะมีแนวทางใดให้ประยุกต์ใช้กันบ้าง อ่านรายละเอียดกันได้เลย

จุดสำคัญของความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้นในบ้านหน้าแคบ คือ การถูกปิดทึบด้วยผนังทั้ง 2 ด้าน วิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ดีที่สุด คือการออกแบบบ้านให้สามารถรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้ พร้อมกับออกแบบให้มีผนังเปิดโปร่ง แต่การเปิดโปร่งแบบทั่วไปนั้นทำได้ยาก เนื่องด้วย พรบ.ควบคุมอาคารได้กำหนดระยะร่นอาคาร ซึ่งหากออกแบบให้เปิดโปร่ง จะต้องเว้นระยะร่นด้านดังกล่าว 2 เมตรขึ้นไป ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ ที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งเหลือน้อยลงยิ่งกว่าเดิม ทั้ง 5 แนวทางนี้จึงเป็นการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กับการทำตามกฎหมายควบคุมอาคาร

บ้านน่าอยู่สำหรับที่ดินหน้าแคบ ออกแบบบ้านหน้าแคบ
บ้านน่าอยู่สำหรับที่ดินหน้าแคบ ออกแบบบ้านหน้าแคบ

1. ยอมสละพื้นที่ใช้สอยอีก 50 เซนติเมตร
ตามกฎหมายระยะร่นของไทย อนุญาตให้สามารถร่นระยะอาคารได้น้อยสุดที่ 50 เซนติเมตร โดยบริเวณดังกล่าวจะต้องออกแบบในลักษณะผนังทึบ กรณีออกแบบโปร่ง มีช่องแสง ช่องลม จำเป็นต้องร่นระยะอาคาร 2 เมตรขึ้นไป การออกแบบบ้านในที่ดินหน้าแคบส่วนใหญ่จึงออกแบบในลักษณะกล่องสี่เหลี่ยม ปิดทึบด้านข้างทั้งสองด้าน ซึ่งส่งผลให้ภายในบ้านมืด อับแสง

เมื่อวิเคราะห์จากข้อกฎหมายระยะร่นแล้ว การกำหนดระยะร่นจะอิงตามด้านขนายของขอบที่ดินในด้านนั้น ๆ แต่ไม่รวมถึงการเปิดช่องแสงในด้านตั้งฉาก ดังตัวอย่างในภาพประกอบนี้ ผังห้องที่ติดกำแพง จะต้นเว้นระยะร่นอย่างน้อย 50 เซ็นติเมตร แต่ผนังที่หันไปทางหน้าบ้านจะไม่ได้อิงจากขอบที่ดินด้านขวามือ จึงสามารถเปิดช่องแสงได้ โดยผู้ออกแบบอาจจะเว้นระยะร่นในบางส่วนเพิ่มขึ้นอีก 50 เซนติเมตร เพื่อเว้นพื้นที่ไว้สำหรับทำช่องแสง ช่องหน้าต่าง เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดรับแสงให้ห้องดังกล่าวได้แล้ว

2. สวนนอกบ้านพื้นที่ไม่พอ งั้นยกมาไว้ข้างในเลย
สำหรับที่ดินแคบ ๆ ในตัวเมือง หากต้องเว้นพื้นที่ไว้เพื่อการจัดสวน ออกแบบบริเวณบ้าน  จะเหลือพื้นที่ให้สร้างบ้านลดน้อยลงมาก แต่นั่นอาจไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญนัก เพราะจุดหลักของการสร้างบ้านในเมืองที่วุ่นวาย การมีสวนหน้าบ้านนั้นแทบจะไม่ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ การออกแบบสวนไว้ในบ้าน หรือที่นิยมเรียกกันว่า “คอร์ทในบ้าน” เป็นอีกแนวทางที่สามารถเติมเต็มธรรมชาติมาไว้ภายในบ้านได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ปลอดภัย และบ้านยังได้รับแสงสว่างแม้ผนังบ้านจะปิดทึบก็ตาม

สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการจัดสวนภายในบ้าน คือการเลือกพันธุ์ไม้ที่ใบร่วงน้อย กินน้ำน้อย และต้องมั่นใจได้ว่า เราสามารถดูแลสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นภาระในการดูแลบ้าน หรือหากที่ดินของใคร มีลักษณะแคบ แต่ลึก การทำสวนส่วนตัวไว้หลังบ้าน นับเป็นอีกไอเดียที่เหมาะสำหรับบ้านหน้าแคบเลย

3. เปิดผนังติดระยะร่น งั้นเปิดหลังคาแทนซิ

การรับแสงสว่างตามความเคยชินในการออกแบบบ้านทั่วไป นิยมรับผ่านทางช่องแสงผนังกระจก ช่องหน้าต่าง จนอาจลืมไปว่า ด้านบนหรือหลังคาบ้านก็สามารถรับแสงสว่างได้ การทำหลังคา Sky Light ในตำแหน่งที่ต้องการแสง จึงสามารถเปลี่ยนบ้านหน้าแคบของเราให้ดูโปร่งกว้างได้อย่างน่าอัศจรรย์

เทคนิคนี้สถาปนิกนิยมนำมาใช้ร่วมกับ โถงบันได ทางเดิน ห้องน้ำกึ่ง Outdoor หรือแม้แต่ภายในห้องนอนก็สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ได้ จุดที่ต้องระวังเป็นอย่างมากสำหรับการทำหลังคา Sky Light ในประเทศไทย จำเป็นต้องเลือกกระจกที่สามารถป้องกันแสง UV และกันความร้อนได้ เพื่อให้บ้านได้รับแสงสว่าง แต่ไม่นำพาความร้อน

4. โปร่ง แต่ก็ยังปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
สำหรับพื้นที่บางส่วนที่สามารถเว้นระยะร่นได้ เช่น หน้าบ้าน หลังบ้าน การออกแบบให้โปร่ง รับแสงตลอดทั้งวัน จำเป็นต้องออกแบบด้วยวัสดุกระจก แต่นั่นอาจส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวหายไป และอาจส่งผลด้านการอยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัยนัก แต่หากจะทำเหล็กดัดก็อาจส่งผลให้บ้านสวยกลายเป็นบ้านโบราณไปในพริบตา

ปัญหาดังกล่าวแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงออกแบบเปลือกอาคารภายนอกด้วย facade ที่สวยงาม หรือเลือกใช้ระแนง, บล็อกคอนกรีตที่แข็งแรงมาปิดกั้นความเป็นส่วนตัว พร้อมกับออกแบบประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกระจกบานใหญ่ ในวันที่อากาศดี ๆ สามารถเปิดรับลมธรรมชาติได้อย่างผ่อนคลาย ในขณะเดียวกัน สามารถเปิดทิ้งไว้ได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย

5. เลือกชิดด้านใด ด้านหนึ่ง

บ้านเดี่ยวทั่วไปที่มีขนาดที่ดินประมาณ 15-20 เมตร นิยมวางผังบ้านไว้บริเวณกึ่งกลางที่ดิน พร้อมกับเว้นระยะร่นด้านละ 2 เมตร ตามกฎหมายกำหนด แต่สำหรับที่ดินหน้าแคบ การเว้นระยะร่นในลักษณะดังกล่าวย่อมส่งผลให้ไม่เหลือพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ที่ดินขนาด 10 เมตร เมื่อเว้นระยะร่นแล้วจะเหลือพื้นที่สร้างอาคารเพียง 6 เมตรเท่านั้น การเลือกเว้นด้านใด ด้านหนึ่ง เพื่อใช้เป็นพื้นที่สวน พื้นที่โปร่ง พร้อมกับออกแบบให้พื้นที่ฝั่งตรงข้ามเป็นลักษณะผนังทึบ เพื่อสามารถเว้นระยะร่นด้านข้างเพียง 50 เซนติเมตร วิธีการนี้จะช่วยทำให้เกิดพื้นที่ว่างนอกอาคารมากขึ้น ใช้งานจริงได้ดีกว่าเดิม

ส่วนภายในด้านผนังทึบ เหมาะกับออกแบบไว้เป็นพื้นที่บันได โดยบ้านหน้าแคบจะเหมาะกับการออกแบบบันไดตรง ขึ้นลงตามแนวลึก หรือใช้สำหรับห้องน้ำ ห้องเก็บของ ยิ่งหากผนังด้านดังกล่าวอยู่ฝั่งทิศตะวันตกหรือทิศใต้ จะยิ่งเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะจะช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดีอีกด้วย

สำหรับแนวคิดในการ ออกแบบบ้านหน้าแคบ ดังกล่าวนี้ แนวทางในการออกแบบ ผู้อ่านที่ต้องการสร้างบ้าน ออกแบบบ้านใหม่ตามโจทย์และงบประมาณ ออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับที่ดินของเราเอง เหมาะสมทั้งด้านทิศทางลม แสงแดด สภาพภูมิอากาศและหลักฮวงจุ้ย ให้บ้านแลดูมีเอกลักษณ์ โดดเด่นลงตัวไม่ซ้ำใคร

แบบบ้านหน้าแคบทรงลึก ตกแต่งด้วยไม้ไผ่ ดีไซน์เปิดโล่งรับธรรมชาติ พร้อมจัดสวนทั้งภายในและภายนอก

การจัดสวนให้กับบ้าน นอกจากจะช่วยให้บ้านสวยงาม และมีเสน่ห์มากขึ้นแล้ว ต้นไม้ที่เราปลูกไว้นั้นยังช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่น ดูดซับสารพิษ และช่วยให้บ้านเย็นสบายมากขึ้นอีกด้วย โดยไม้ที่นิยมในการนำมาปลูก รวมถึงใช้เป็นโครงสร้างบ้านได้อีกด้วย คือ “ไม้ไผ่” เพราะมีความทนทาน ทั้งยังมีความสวยงามเฉพาะตัว

บริเวณหน้าบ้านถูกจัดเป็นสวนพร้อมกับบ่อน้ำ ช่วยให้หน้าบ้านดูมีความชุ่มชื่น โดยต้นไม้ที่เลือกใช้ในการตกแต่งจะเป็นลักษณะไม้พุ่มจึงมีความสูงที่พอเหมาะ ไม่สูงบดบังตัวบ้านจนเกินไป

ภาพจากมุมนี้ เราจะมองเห็นทั้งห้องครัว และ ห้องที่ถูกจัดสวนไว้ภายใน โดยสิ่งที่โดดเด่น และดึดดูกสายตาเรา คือ ฝ้าไม้ไม้ที่ถูกตกแต่งอยู่ในมุมที่พอเหมาะ ให้โทนสีที่รับกับชั้นหนังสือสีเข้มด้านล่างได้เป็นอย่างดี

ตัวบ้านออกแบบในลักษณะ จึงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สำหรับมุมนี้ เป็นมุมพักผ่อนเอนกประสงค์ จัดสวนไว้ตรงกลาง ล้อมด้วยลานโล่งที่มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน หลังคาด้านบนเป็นหลังคาแบบโปร่งแสง เพื่อให้แสงแดดกับต้นไม้ และแสงสว่างภายในบ้าน

องค์ประกอบการตกแต่งภายใน ถูกผสมผสานวัสดุอย่างปูนเปลือยขัดมัน ที่ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ผนังสีขาว ที่ช่วยให้บ้านสว่างและมีมิติ และผนังไม้ไผ่ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ สอดรับไปกับการจัดสวนภายในบ้าน

ห้องครัวที่โปร่งด้วยผนังกระจกใสด้านข้าง มีทิวทัศน์จากสวนสวยด้านนอก ช่วยสร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหารได้เป็นอย่างดี เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งภายใน เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ อย่างเช่นชุดโต๊ะไม้ยาวสีเข้มในภาพที่ให้ความกลมกลืนไปกับเคาน์เตอร์บิวท์อินสีดำ ในบริเวณเดียวกัน อาจจะเชื่อมต่อกับมุมรับแขกที่เป็นชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม และด้านข้างก็เป็นมุมอ่านหนังสือที่มีสวนภายในให้ความสดชื่นอีกด้วย

ในส่วนของแบบแปลนของบ้าน ตัวบ้านถูกดีไซน์ในลักษณะหน้าแคบ ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงนั่งเล่น 1 ห้องครัว จัดวางสวนไว้ที่หน้าบ้าน และหลังบ้านอย่างละแห่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *