แก๊สน้ำตา อันตราย ? ถ้าโดนมีวิธีปฐมพยาบาลเบื่องต้นอะไรบ้าง

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้จัก แก๊สน้ำตา ที่ปรากฏอยู่ใน การรายงานข่าว หรือ ภาพยนตร์ กันมาบ้าง แต่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า แก๊สน้ำตา คืออะไร มีผลกระทบต่อสุขภาพของเราอย่างไร โดยทั่วไป แก๊สน้ำตานั้นจะผลิตจากสารเคมีหลายชนิด ที่มีฤทธิ์ก่อ การระคายเคืองต่อเยื่อบุผิวหนัง ดวงตา  ระบบทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร โดยแก๊สชนิดที่นิยมนำมาทำเป็นแก๊สน้ำตา

  • แก๊ส CN (Chloroacetophenone)

  • แก๊ส CS (Chlorobenzalmalononitrile)

  • แก๊ส CR (Dibenzoxazepine)

  • สารสกัดจากพริกไทย (Oleoresin Capsicum)

แม้จะ มีชื่อสถานะเป็นแก๊ส แต่จริง ๆ แล้วแก๊สน้ำตาใน อุณภูมิห้อง นั้น มีสถานะเป็นผง แต่จะถูกอัดและบรรจุอยู่ในรูปแบบลูกกระสุน ลูกระเบิดสำหรับขว้าง หรือสเปรย์ เมื่อเปิดใช้จะกลายเป็นละอองฝอยหรือกลุ่มควัน ส่งผลต่อร่างกายภายในเวลาไม่กี่วินาทีหลังถูกแก๊ส และอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจคงอยู่ได้ นานนับชั่วโมง

แก๊สน้ำตา อันตราย?

อันตรายจากแก๊สน้ำตา เพิ่มความป้องกันจาก สถานการณ์เฉียบพลัน

ความรุนแรงของอาการหลังโดนแก๊สน้ำตาจะขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้นของแก๊สน้ำตา พื้นที่ที่มีการใช้แก๊สน้ำตา หรือสุขภาพส่วนตัวของแต่ละคน โดยทั่วไปแก๊สน้ำตาอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ

ผลกระทบต่อดวงตา

หากดวงตาสัมผัสกับแก๊สน้ำตามักจะเกิดอาการ เช่น

    • น้ำตาไหล
    • ลืมตาไม่ขึ้น กล้ามเนื้อรอบเบ้าตากระตุก
    • หนังตาและเยื่อบุตาบวม
    • แสบตา คันตา
    • มองเห็นเป็นภาพเบลอ
    • เลือดออกในตา เป็นแผลที่กระจกตา หากโดนแรงอัดจากแก๊สน้ำตาโดยตรง
    • สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณสูดดมแก๊สน้ำตา

แก๊สน้ำตาทำให้น้ำตาไหล สร้างความแสบร้อนในจมูกและเยื่อจมูกอย่างเฉียบพลัน หากสูดดมแก๊สน้ำตาเข้าไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุของปอดและทางเดินหายใจส่วนบน ส่งผลทำให้เกิดการหายใจเสียงดังฮืดๆ ไอ และทำให้หายใจไม่ออก และยากที่จะกลั้นหายใจได้

การกลืนกินแก๊สน้ำตาเข้าไปอาจทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้และอาเจียน โดยทั่วไปแล้วเอฟเฟ็กต์จะส่งผลต่อร่างกายภายในไม่กี่วินาทีหลังจากที่ได้รับสารและสามารถอยู่ได้นานถึง 1 ชั่วโมง จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ที่สัมผัสกับแก๊สน้ำตามีอาการไม่รุนแรง แต่ประมาณ 1 ใน 15 คนอาจมีอาการรุนแรง โดยความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณแก๊สที่คนได้สัมผัส ตำแหน่งที่สัมผัส และระยะเวลาของการสัมผัส

จากหลักฐานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ผู้คนที่สัมผัสกับแก๊สน้ำตาในพื้นที่ปิดล้อม มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและมีปัญหาระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ก็มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปอีกด้วย ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอาจมีอาการหลอดลมหดเกร็งอย่างรุนแรง ทำให้หายใจลำบาก

นอกจากนั้นแก๊สน้ำตายังอาจทำให้เกิดโรคหอบหืดและนำไปสู่การหายใจล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนผู้ที่มีสภาพปัญหาทางหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาโรคทางจิตเวช ก็อาจมีความเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน จากหลักฐานที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวนั้นยังมีอยู่อย่างจำกัด แต่หลักฐานบางอย่างชี้ให้เห็นว่า บางคนอาจประสบกับผลกระทบเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจในระยะยาวหลายเดือน หลังจากได้สัมผัสกับแก๊สน้ำตา

ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น

    • แสบร้อน คันจมูกและลำคอ น้ำมูกไหล
    • แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
    • ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ
    • สำลัก
    • ถุงลมโป่งพอง หลอดลมตีบในผู้ป่วยโรคหอบหืด
    • ระบบหายใจล้มเหลว

ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร

อาการที่เกิดขึ้นในระบบอวัยวะนี้ เช่น

    • แสบปาก น้ำลายไหล
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ท้องเสีย

ผลกระทบต่อผิวหนัง

หากแก๊สน้ำตาถูกผิวหนังจะส่งผลให้เกิดอาการ เช่น

    • ระคายเคือง แสบ หรือคันผิวหนัง
    • ผิวหนังบวมแดงหรือพุพอง ผิวหนังไหม้จากสารเคมี
    • ผิวหนังอักเสบจากการแพ้ โดยหลังจากสัมผัสสารไปแล้ว 72 ชั่วโมงอาจมีผื่นคันเกิดขึ้น
    • ผิวไหม้ คล้ายไหม้แดด

ผลกระทบในด้านอื่น ๆ ที่พบได้ เช่น ปวดศีรษะ ง่วงซึม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง หัวใจหยุดเต้นหรือเสียชีวิตในผู้ที่มีปัญหาหัวใจ และอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งบุตรหรือทารกเจริญเติบโตผิดปกติ เป็นต้น

ในกรณีที่ถูกแก๊สน้ำตาเป็นเวลานานหรือในปริมาณความเข้มข้นสูงอาจทำให้ตาบอด มีเลือดออกภายในร่างกาย เส้นประสาทถูกทำลาย ต้อกระจก แผลที่กระจกตา ปอดบวมน้ำ โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) หากระบบหายใจล้มเหลวหรือสารเคมีเผาไหม้เนื้อเยื่อลำคอและปอดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แก๊สน้ำตา รับมือก่อน

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกแก๊สน้ำตา

ในปัจจุบันไม่มียาแก้พิษสำหรับแก๊สน้ำตา จึงทำได้เพียงควบคุมอาการหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้

  1. เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและมีลมพัด
  2. ถอดชุดที่เปื้อนแก๊สน้ำตาออก หากเป็นเสื้อชนิดสวมศีรษะ ไม่มีกระดุม หรือถอดได้ยาก ควรใช้กรรไกรตัดผ้าออกแทนการดึงออกทางศีรษะ เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาเลอะใบหน้า
  3. เมื่อถูกแก๊สน้ำตาควรทำความสะอาดด้วยวิธีที่ถูกต้อง หากมีละอองแก๊สติดตามผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำสะอาดในปริมาณมากโดยเฉพาะบริเวณข้อพับและใบหู
  4. ล้างดวงตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือขวดประมาณ 10–15 นาที โดยให้เอียงศีรษะแล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำให้ไหลผ่านดวงตา หาก สวมคอนแทคเลนส์ ให้ถอดออกและไม่นำกลับใช้ซ้ำ หากสวมแว่นตาให้ล้างแว่นด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนนำกลับมาใช้อีกครั้ง
  5. ระมัดระวังในการหยิบจับสิ่งของหรือเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนแก๊สน้ำตาในขณะใส่ถุงขยะเพื่อนำไปทิ้ง โดยให้สวมถุงมือยางและล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังกระบวนการทิ้ง

อย่างไรก็ตาม แม้คนส่วนใหญ่ที่ถูกแก๊สน้ำตาจะไม่เกิดผลกระทบในระยะยาว แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้น หากร่างกายโดนหรือสูดเอาแก๊สน้ำตาเข้าไปควรรีบปฐมพยาบาลโดยเร็ว จากนั้นรีบส่งต่อให้แพทย์เพื่อรักษาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธี

ควรทำอย่างไร เมื่อถูกสลายการชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาใส่ 

ถ้าอยู่ในวิถีของแก๊สน้ำตาที่ยิงมา ให้วิ่งไปทิศตรงกันข้ามกับทิศที่ยิงแก๊สน้ำตาจนพ้นระยะกลุ่มแก๊ส ไม่ควรวิ่งไปด้านข้างเพราะมีโอกาสสัมผัสแก๊สน้ำตาได้อยู่ การมองเห็นอาจพล่ามัวและอาจสับสนได้ง่าย ดังนั้นระวังอย่าวิ่งเข้าไปหาตำรวจ  ให้ทำใจให้สงบมองดูรอบ ๆ ตัว แล้วค่อยเคลื่อนไปยังที่ที่ปลอดภัย ถ้าเป็นไปได้ให้ไปอยู่เหนือลมและปล่อยให้ลมพัดผ่านส่วนของร่างกายที่โดนแก๊สน้ำตา จะช่วยให้แก๊สน้ำตาหลุดไปได้เร็วขึ้นและล้างด้วยสารละลายโซเดียมเมตาไบซัลเฟตหรือน้ำเปล่า อย่าเอามือไปโดนเพราะจะทำให้แก๊สน้ำตาขยายวงและซึมเข้าผิวหนังได้ จากนั้นอาจเข้าร่วมชุมนุมต่อได้ทันที เพราะแก๊สน้ำตาปริมาณน้อยจะส่งผลเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น และถ้ามีโอกาสให้ล้างตัวด้วยน้ำเย็น อย่าใช้น้ำร้อน เพราะน้ำร้อนทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้นทำให้แก็สน้ำตาซึมเข้าไปได้ง่ายขึ้น

      • หลังเสร็จสิ้นการชุมนุมให้ผึ่งเสื้อผ้าในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกเพื่อไล่แก๊สน้ำตาที่ติดอยู่ออก ประมาณ 1 วัน หรือซัก 2 ครั้งด้วยน้ำเย็นก่อนแล้วค่อยซักอีกครั้งด้วยน้ำร้อน
      • เนื่องจากแก๊สน้ำตาละลายได้ในไขมัน ดังนั้นไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงและปกป้องผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือวาสลีน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *